ซ้ำ!’
ยิ่งคิดยิ่งโมโห หยวนหลิงเอ๋อร์ออกแรงดึงมือมารดาออกจนหลุด ก่อนจะแผดเสียงด่าทอทันที “หลี่เยว่หาน! เจ้ามีสิทธิ์อะไรมายืนข้างกายฉีอ๋อง เจ้ามันไม่คู่ควรกับเขาเลยสักนิด!”
“หากแม้แต่หวังเฟยของข้ายังไม่คู่ควร แล้วเจ้าคิดว่าเจ้าคู่ควรอย่างนั้นหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ใช่! ทั่วทั้งเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็นฐานะตระกูลหรือความรู้ความสามารถ มีเพียงข้าเท่านั้นที่คู่ควรกับท่าน!” หยวนหลิงเอ๋อร์กล่าวอย่างโอหัง
ทั้งงานเลี้ยงตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะเพราะความยโสของคุณหนูใหญ่ตระกูลหยวน
“ที่แท้ ที่หวังเฟิ่งปฏิเสธหลานชายของข้าก่อนหน้านี้ ก็เพราะแอบเล็งตำแหน่งชายารองของฉีอ๋องไว้ให้บุตรสาวนี่เอง” น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นชาของมู่หวังเฟยดังขึ้น ทำให้หวังเฟิ่งตัวสั่นรีบพยายามจะอุดปากบุตรสาวอีกรอบ
ทว่าหยวนหลิงเอ๋อร์กลับผลักมารดาออกอย่างรำคาญแล้วสวนกลับ “มู่หวังเฟย หลานชายท่านนิสัยใจคอเป็นอย่างไรท่านย่อมรู้ดี สันหลังยาว ความรู้ก็ไม่มี สอบกี่ปีก็ไม่ติดแม้แต่บัณฑิตขั้นภูมิภาค อีกทั้งตระกูลสวีกระจอกงอกง่อยเพียงนั้น จะมาคู่ควรกับข้าได้อย่างไร!”
“หึ ช่างเป็นนังหนูที่หยิ่งยโสเสียจริง แล้วคนแบบไหนเล่าถึงจะคู่ควรกับเจ้า?” มู่หวังเฟยไม่ได้โกรธเคือง ทว่ากลับถามต่อด้วยความนึกสนุก
หยวนหลิงเอ๋อร์ในยามนี้อาศัยความเมาสร้างความกล้า นางจ้องมองเมิ่งฉีฮ่วนแล้วประกาศก้อง “บุรุษในใต้หล้าที่เข้าตาข้าได้ มีเพี