ยงฉีอ๋องผู้เดียวเท่านั้น!”
“เจ้าช่างกล้าฝัน” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยเสียงต่ำ ก่อนจะกุมมือหลี่เยว่หานชี้ปลายกระบี่ไปที่หน้าของหยวนหลิงเอ๋อร์ “แต่น่าเสียดาย ที่ข้าไม่ได้มีความสนใจในสตรีเช่นเจ้าเลยแม้แต่น้อย”
หลี่เยว่หานสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเมิ่งฉีฮ่วน นางสะบัดชายเสื้อเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเดิมของตนโดยไม่เอ่ยคำใดออกมาอีก
ทุกคนต่างงุนงงว่าหลี่เยว่หานต้องการจะทำอะไร แต่เมิ่งฉีฮ่วนกลับทิ้งกระบี่ทันทีโดยไม่ต้องคิด แล้วรีบตามไปนั่งข้างกายหลี่เยว่หาน พยายามหยิบขนมและของว่างรสเลิศมาคอยเอาอกเอาใจชายารักอย่างกระตือรือร้น
ผู้คนในงานที่รอชมงิ้วฉากใหญ่ต่างพากันผิดหวัง เมื่อนางเอกของเรื่องอย่างหลี่เยว่หานกลับเลิกราไปดื้อ ๆ ทำให้บรรยากาศเริ่มกร่อยลง
หยวนหลิงเอ๋อร์เองเดิมทีตั้งใจจะใช้ความเมาทำให้อีกฝ่ายอับอาย แต่เมื่อหลี่เยว่หานไม่ยอมรับคำท้า นางจึงยืนค้างอยู่ตรงนั้นด้วยความกระอักกระอ่วน
โชคดีที่ในสายตาคนนอกนางกำลัง “เมาหนัก” ผู้คนจึงไม่ได้ใส่ใจความอับอายของนางมากนัก
จะมีก็แต่ความน่าเวทนาของอู่กั๋วกงและฮูหยิน ที่ต้องคุกเข่าอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งงานเลี้ยงเลิกรา เมื่อทุกคนกลับไปหมดแล้ว จึงมีนางกำนัลมาแจ้งว่าไม่ต้องคุกเข่าแล้ว และให้รีบออกจากวังก่อนที่ประตูวังจะลงกลอน
ระหว่างทางกลับ อู่กั๋วกงและหวังเฟิ่งทั้งโกรธทั้งเกลียดหยวนหลิงเอ๋อร์จนแทบกระอักเลือด แต่ก็ต้องรีบเร่งฝีเท้าออกจากวังหลวงให้เร็วที่สุด
ตัดมาทา