งด้านจวนฉีอ๋องที่บรรยากาศต่างกันลิบลับ
“วันนี้ผลงานของข้าเป็นอย่างไรบ้าง?” บนรถม้า เมิ่งฉีฮ่วนถามอย่างภาคภูมิใจขณะที่หลี่เยว่หานเอนซบอยู่บนไหล่ของเขา
“ไม่เท่าไหร่เจ้าค่ะ หากวันนี้ท่านกล้าฟันหยวนหลิงเอ๋อร์สักกระบี่ ข้าสัญญาว่าจะยกย่องท่านจนถึงที่สุด” หลี่เยว่หานโบกมืออย่างรำคาญใจ
“นั่นมันในวังหลวง จะจัดการนางน่ะไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นหรอก” เมิ่งฉีฮ่วนกุมมือนางไว้ “อีกอย่าง เรื่องในวันนี้เราไม่ต้องลงมือเองให้เหนื่อย ทุกการกระทำของหยวนหลิงเอ๋อร์จะต้องถึงหูฮ่องเต้ หากพระองค์ยังต้องการให้เจ้าช่วยเผยแพร่วิชาถลุงเกลือและสกัดน้ำมัน พระองค์ย่อมไม่อยู่เฉยแน่”
หลี่เยว่หานถอนหายใจ “ยืมมือคนอื่นฆ่าคน จะไปสะใจเท่าลงมือเองได้อย่างไรเจ้าคะ”
“แต่การยืมมือคนอื่นฆ่าคน จะทำให้เจ้าดูสง่างามและวางตัวได้เหมาะสม” เมิ่งฉีฮ่วนปลอบ “ตอนนี้ในเมืองหลวงมีข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ ว่าเจ้าไม่ดูแลบุพการี หากตอนนี้เจ้าแสดงความใจกว้าง ปล่อยวางความผิดของหยวนหลิงเอ๋อร์ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงได้ ข่าวลือพวกนั้นก็จะเงียบหายไปเอง”
“ก็จริงอย่างที่ท่านว่า แต่ในใจข้ามันยังขุ่นเคืองอยู่นี่นา” หลี่เยว่หานบ่นอุบอิบ
“งั้นเรามาเล่นอะไรที่มันเร้าใจกว่านี้ดีไหม” เมิ่งฉีฮ่วนยิ้มที่มุมปาก
“หืม?” หลี่เยว่หานเริ่มหูผึ่งขึ้นมาทันที
เมื่อรถม้ากลับถึงจวนและฟ้าเริ่มมืดสลัว เมิ่งฉีฮ่วนพาหลี่เยว่หานที่เปลี่ยนมาสวมชุดบุรุษกระโดดข้ามกำแพงหลังจวน มุ่