้วยความโกรธแค้น สายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์นั้นชัดเจนยิ่งนัก
หยวนหลิงเอ๋อร์ที่เดิมทีก็อัดอั้นตันใจอยู่แล้ว เมื่อเห็นบิดายังมีท่าทีเช่นนี้อีก ความน้อยเนื้อต่ำใจก็ประดังประเดเข้ามาจนน้ำตาไหลพราก
งานเลี้ยงรับรองดำเนินมาถึงช่วงท้าย ทุกคนต่างกำลังเดินชนแก้วทักทายกัน ทางด้านจิ้นกั๋วกงและหลิ่วเทียนเสียงมีผู้คนเข้าไปสนทนาด้วยมากมาย เมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานเองก็ถูกรุมล้อมไปด้วยผู้คน แม้แต่จวนเหวินกั๋วกงก็ยังเป็นที่ต้อนรับ
มีเพียงโต๊ะของจวนอู่กั๋วกงเท่านั้นที่เงียบเหงาวังเวง แม้แต่คนจะเข้ามาทักทายสักคำก็ยังไม่มี
หยวนหลิงเอ๋อร์ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ ทำได้เพียงก้มหน้าสะอึกสะอื้นเงียบ ๆ หวังเฟิ่งเห็นบุตรสาวเป็นเช่นนั้นก็ปวดใจยิ่งนัก ทว่ามิอาจเอ่ยคำใดได้ ทำได้เพียงลูบศีรษะของนางและถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“คุณหนูใหญ่หยวนเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ?” น้ำเสียงหวานหูของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้น คนตระกูลหยวนต่างพากันหันไปมอง เห็นหลี่เยว่หานถือจอกสุราเดินเข้ามาพลางส่งยิ้มให้พวกตน
อู่กั๋วกงรู้ดีว่าหลี่เยว่หานไม่ได้มาด้วยเจตนาดีแน่ ทว่าเขามิอาจทำอะไรได้ ในเมื่อฐานะของนางคือเชื้อพระวงศ์ เขาจึงได้แต่ฝืนยิ้มแล้วยกจอกสุราขึ้นทักทาย “คารวะฉีหวังเฟย หลิงเอ๋อร์ของข้าดื่มมากไปหน่อย ทำให้หวังเฟยต้องขบขันเสียแล้ว”
“อ้อ?” หลี่เยว่หานเอ่ยพลางเหลือบมองไปยังหวังเฟิ่งและหยวนหลิงเอ๋อร์ “อู่กั๋วกงโปรดอภัย ข้าเองก็เป็นสตรี ย่อม