มิบังควรจะดื่มสุราร่วมกับท่าน” ตรัสจบ นางก็เลิกคิ้วมองไปทางหวังเฟิ่ง
เมื่อถูกหลี่เยว่หานดักคอเช่นนั้น อู่กั๋วกงที่ถือจอกสุราค้างอยู่ก็ตกอยู่ในความกระอักกระอ่วนอย่างยิ่ง ทำได้เพียงนั่งลงและส่งสัญญาณให้หวังเฟิ่งรีบลุกขึ้นมาต้อนรับ
ทว่าหยวนหลิงเอ๋อร์ในยามนี้กำลังร้องไห้อย่างหนัก นางกำแขนเสื้อของมารดาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย หวังเฟิ่งเริ่มรู้สึกโมโหจนหน้ามืด นางจึงออกแรงแกะมือของบุตรสาวออกแล้วลุกขึ้นยืนยกจอกสุราให้แก่หลี่เยว่หาน
ในจังหวะที่กำลังจะอ้าปากพูดนั่นเอง หยวนหลิงเอ๋อร์ก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที นางฉวยเอาจอกสุราในมือของหวังเฟิ่งไป แล้วสาดสุราเข้าใส่หลี่เยว่หานโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
หลี่เยว่หานว่องไวดุจสายลม นางเบี่ยงกายหลบ สุราในจอกทองคำจึงสาดลงบนพื้น มีเพียงไม่กี่หยดที่กระเซ็นไปติดชายกระโปรง ทว่ามิได้ถูกตัวนางโดยตรง
“หลิงเอ๋อร์!” หวังเฟิ่งหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัว นางรีบแย่งจอกทองคำกลับมา แล้วฉุดกระชากหยวนหลิงเอ๋อร์และอู่กั๋วกงให้คุกเข่าลงต่อหน้าหลี่เยว่หาน “บุตรสาวข้าเมาจนไร้มารยาท หวังว่าฉีหวังเฟยจะทรงมีเมตตา โปรดประทานอภัยให้นางสักครั้งเถิดเจ้าค่ะ!”
หลี่เยว่หานยื่นมือไปปัดกระโปรงที่ไร้ฝุ่นผงของตนเบา ๆ ส่งจอกสุราให้สาวใช้ข้างกาย แล้วค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว โน้มตัวลงพยุงหวังเฟิ่งให้ลุกขึ้นด้วยตนเอง “ข้าย่อมไม่ถือสาหาความกับคุณหนูหยวนเพราะเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้หรอก”
ทว่าพึ่งจะพยุงหว