ังเฟิ่งลุกขึ้นได้เพียงครึ่งทาง หยวนหลิงเอ๋อร์ก็เริ่มหาเรื่องอีกครั้ง
นางลุกพรวดขึ้นมา ชี้หน้าด่าทอหลี่เยว่หานที่กำลังพยุงมารดาของตนด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “เจ้ามาวางอำนาจอะไรตรงหน้าข้า! ก็แค่คนบ้านนอกคอกนา คิดว่าตัวเองบินขึ้นที่สูงแล้วจะกลายเป็นหงส์ได้จริง ๆ หรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าในแวดวงชนชั้นสูงของเมืองหลวง เจ้ามันก็แค่ของชั้นต่ำที่ขึ้นโต๊ะไม่ได้ตลอดกาลนั่นแหละ!”
“ต่อหน้าข้าทำเป็นมาวางตัวสูงส่ง ข้าน่ะเป็นบุตรสาวคนโตของอู่กั๋วกงมาตั้งแต่เกิด ได้รับความรักความทะนุถนอมนับหมื่นแสน ส่วนเจ้าก็มีดีแค่ชื่อตำแหน่งหวังเฟยจอมปลอม อาศัยโชคช่วยที่ได้แต่งเข้าจวนฉีอ๋องเท่านั้นแหละ! ไร้ยางอาย! หลี่เยว่หาน เจ้ามันคนไร้ยางอาย!”
“ดูสิว่าแต่งเข้าบ้านเขามานานเท่าไหร่แล้ว แม้แต่ชายารองสักคนยังไม่ยอมให้ท่านอ๋องรับเข้ามา เจ้ามันคนขี้อิจฉา! ผิดบัญญัติเจ็ดประการ! ท่านอ๋องจะหย่าขาดจากเจ้าเมื่อไหร่ก็ได้!”
หวังเฟิ่งตะลึงลานจนทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งได้ยินบุตรสาวพูดเรื่องให้ฉีอ๋องหย่ากับหลี่เยว่หานถึงเพิ่งจะได้สติ นางรีบเอามืออุดปากหยวนหลิงเอ๋อร์ทันที คราวนี้ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย นางคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดัง “ตุ้บ” หนัก ๆ จนไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำร้องขออภัย
ฝ่ายอู่กั๋วกงทำได้เพียงทอดถอนใจ คุกเข่าลงต่อหน้าหลี่เยว่หานแล้วกล่าวว่า “บุตรสาวข้าน้อยดื่มมากไป คำพูดคนเมามิอาจถือเป็นความจริงได้ ขอฉีหวังเฟยทรงโปรดเมตตาด้วยข