มีส่วนร่วม แต่นางก็เพียงแค่อยากหาเงินเท่านั้น ซึ่งจุดนี้สำหรับฮ่องเต้แล้วไม่ใช่ปัญหาใหญ่
“มาเถิด ให้พวกเรายกจอกขึ้น เพื่อต้อนรับฉีอ๋องและฉีหวังเฟยกลับสู่เมืองหลวง! และขอแสดงความยินดีที่ฉีหวังเฟยหายจากอาการเจ็บป่วย!” เมื่อการแสดงร่ายรำดำเนินไปได้ครึ่งทาง ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นก็ทรงเริ่มนำยกจอกสุราขึ้น
ฮองเฮาที่อยู่ข้างกายก็ทรงแย้มพระสรวลและยกจอกขึ้นตาม “ฉีอ๋อง ฉีหวังเฟย ยินดีต้อนรับกลับบ้าน!”
“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน!” ทุกคนต่างขานรับเป็นเสียงเดียวกัน
เมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานยกจอกขึ้นเช่นกัน ทุกคนดื่มจนหมดจอก บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นเริง
“เห็นทุกคนมีความสุขเช่นนี้ มิสู้พวกเราอาศัยจังหวะนี้ส่งเสริมเรื่องมงคลดีหรือไม่?” มู่หวังเฟยเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางกระตือรือร้น
“พี่หญิงหมายถึงเรื่องมงคลอันใดหรือ?” ฮองเฮาตรัสถามด้วยความสงสัย
“ข้ามีหลานชายคนหนึ่ง ปีนี้อายุยี่สิบเอ็ดแล้ว เพียงแต่เขาไม่ค่อยตั้งใจเรียนหนังสือ สอบมาหลายปีก็ยังไม่เคยติดอันดับแม้แต่บัณฑิตขั้นภูมิภาค แต่ข้อดีของเขาคือจิตใจเมตตา เป็นคนละเอียดรอบคอบ ข้าเห็นคุณหนูใหญ่จวนอู่กั๋วกงอายุสิบแปดแล้วยังไม่มีคู่หมาย จึงอยากอาศัยวาระอันเป็นมงคลนี้ถามอู่กั๋วกงดูว่า ยินดีจะยกบุตรสาวคนโตให้แต่งเข้าบ้านข้าหรือไม่?” มู่หวังเฟยกล่าวพลางมองไปยังที่นั่งของครอบครัวอู่กั๋วกงด้วยรอยยิ้ม
“บุตรสาวของข้าน้อยกิริยาหยาบกระด้าง ทั้งยังไม่เดียงสา เกรงว่าจะต้องขัด