จ้าคะ?”
“ปีที่แล้วทั้งปีเขาถูกตระกูลสวีขังไว้ที่คฤหาสน์ในชนบทเพื่อบังคับให้เรียนหนังสือ เจ้าถึงไม่เคยพบหน้าอย่างไรเล่า” เมิ่งฉีฮ่วนยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม “ถึงแม้สวีซิ่งอี้จะอารมณ์ร้าย แต่กับสตรีเขาก็ยังพอมีมารยาทอยู่บ้าง มู่หวังเฟยคิดจะจับคู่เขากับหยวนหลิงเอ๋อร์ เห็นทีคราวนี้คงมีเรื่องสนุกให้ดูแน่”
“อู่กั๋วกงพูดเช่นนี้ หมายความว่าซิ่งอี้คนนั้นไม่คู่ควรกับคุณหนูใหญ่หยวนอย่างนั้นหรือ?” มู่หวังเฟยพูดยิ้ม ๆ มองดูอู่กั๋วกงที่เพิ่งดื่มสุราเสร็จ ก่อนจะโบกมือไปมา “เอาเถอะ ๆ บุตรสาวที่เกิดจากภรรยาเอกของจวนท่าน ย่อมต้องแต่งเข้าตระกูลที่สูงส่ง ตระกูลเล็ก ๆ อย่างตระกูลสวี หากพวกท่านจะมองข้ามไปก็เป็นเรื่องธรรมดา”
พูดจบ มู่หวังเฟยก็ถอนหายใจออกมาด้วยท่าทางเศร้าสร้อย
ฮองเฮาทรงสนิทสนมกับมู่หวังเฟยมาแต่ไหนแต่ไร ยามนี้จะปล่อยให้มู่หวังเฟยต้องเศร้าใจได้อย่างไร จึงตรัสทันทีว่า “ข้าเห็นว่าคุณชายตระกูลสวีและคุณหนูใหญ่หยวนมีวัยที่เหมาะสมกัน อีกทั้งคุณชายสวีถึงแม้จะไม่มีตำแหน่งขุนนาง แต่ก็เป็นทายาทผู้ดีมีตระกูล แม้ฐานะทางสังคมอาจจะดูเป็นการเอื้อมมือไปหาจวนอู่กั๋วกงอยู่บ้าง แต่หนุ่มสาวคู่นี้นับว่ากิ่งทองใบหยกทีเดียว”