บุตรสาวเพื่อช่วยกันท่าให้ทันที
หลี่เยว่หานมองสองแม่ลูกที่รับส่งมุกกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ก็นึกถึงพวกคณะตลกขึ้นมาทันที
นี่มันฉากรับส่งมุกชั้นยอดชัด ๆ!
“เรื่องที่คุณหนูใหญ่หยวนกล่าวมา ข้าเองก็เพิ่งได้ยินท่านพ่อเล่าให้ฟังเมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง” หลี่เยว่หานสีหน้าไม่เปลี่ยน “เดิมทีข้าไม่รู้เลยว่าท่านพ่อย้ายไปอยู่อำเภอฮัวซี เพราะตอนที่ข้าแต่งให้ท่านอ๋อง ที่บ้านมีเรื่องผิดใจกันไม่ค่อยราบรื่นนัก น้องสาวของข้าคงเกรงว่าข้าจะยังมีโทสะอยู่จึงไม่กล้าบอก จนกระทั่งข้ารู้เรื่องเข้าก็เป็นช่วงปีใหม่แล้ว เดิมทีตั้งใจจะรับท่านพ่อมาฉลองปีใหม่ที่เมืองหลวง แต่ก็นึกไม่ถึงว่าหลังจากนั้นจะเกิดเรื่องราวขึ้นมากมายเพียงนี้”
หลี่เยว่หานเอ่ยพลางมองหยวนหลิงเอ๋อร์ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “นึกไม่ถึงว่าคุณหนูใหญ่หยวนจะใส่ใจเรื่องในครอบครัวของข้าถึงเพียงนี้ เห็นทีข้าคงต้องเรียนรู้จากคุณหนูใหญ่ให้มากเสียแล้ว”
ได้ยินเช่นนั้น ฟางจื่อหลานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มมีโทสะ เดิมทีนางตั้งใจจะด่าทอสองแม่ลูกคู่นี้กลับไปตรง ๆ แต่ถูกหลี่เยว่หานรั้งไว้เสียก่อน
ฟางจื่อหลานตอนแรกนึกว่าหลี่เยว่หานจะยอมนิ่งเงียบให้เขาเอาเปรียบ แต่พอนางเห็นหลี่เยว่หานใช้คำพูดที่นุ่มนวลที่สุดตอกกลับจนอีกฝ่ายหน้าหงายและสร้างบรรยากาศที่น่าอึดอัดให้แก่ศัตรูได้ ฟางจื่อหลานก็รู้สึกเบาใจลงมาก
“หลิงเอ๋อร์บ้านเราเป็นบุตรสาวคนโตที่เกิดจากภรรยาเอก นางเรียนรู้วิธีการจัดก