ตา เบียดหวังเฟิ่งจนกระเด็นไปอยู่ข้าง ๆ
สีหน้าของหวังเฟิ่งย่ำแย่ถึงขีดสุด! หยวนหลิงเอ๋อร์ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปหาผู้เป็นแม่ แต่นางทำได้เพียงฝืนยิ้มแห้ง ๆ แล้วกล่าวว่า “พระชายาเจ้าคะ อย่าล้อหลิงเอ๋อร์เล่นเลย นางยังเด็กนัก ข้ายังอยากให้นางอยู่ข้างกายอีกสักสองสามปี ตัดใจส่งนางออกเรือนไม่ได้จริง ๆ เจ้าค่ะ!”
พอคำนี้หลุดออกมา ทุกคนในที่นั้นต่างพากันหัวเราะร่า
ไม่มีใครรู้ว่าหัวเราะจริงหรือปลอม แต่ที่แน่ ๆ ทุกคนต่างกระตือรือร้นช่วยกันแนะนำชายหนุ่มให้หวังเฟิ่งและหยวนหลิงเอ๋อร์กันอย่างเนืองแน่น
เมื่อหลีกหนีจากความวุ่นวายจอมปลอมนั้นมาได้ หลี่เยว่หานก็พยุงฟางจื่อหลานออกมายืนอยู่อีกด้าน ทั้งสองมองดูภาพเบื้องหน้าอย่างนึกสนุก
“หยวนหลิงเอ๋อร์คนนี้คือตัวป่วนในบ้านแท้ ๆ อย่าได้ถูกใบหน้าอ่อนหวานนั่นหลอกเชียว” ฟางจื่อหลานกระซิบบอกหลี่เยว่หาน “วันหลังเจ้าลองหยั่งเชิงฉีอ๋องดูหน่อย หากเขาอยากจะรับชายารองจริง ๆ จวนเหวินกั๋วกงของเราจะช่วยเลือกให้เอง แต่อย่างไรเสียก็ต้องไม่ใช่คนแบบหยวนหลิงเอ๋อร์”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็หัวเราะออกมา “ท่านป้าไม่ต้องกังวลไปเจ้าค่ะ ท่านอ๋องไม่มีความคิดจะรับชายารองเลยแม้แต่น้อย ต่อให้เขามีความคิดนั้นขึ้นมาจริง ข้าก็จะตีความคิดนั้นให้กระเจิงไปเอง!”
“เจ้านี่นะ นิสัยแข็งกร้าวเกินไปแล้ว ยามนี้ฉีอ๋องกำลังรุ่งโรจน์และมีความสามารถ อีกทั้งเจ้าก็มีทั้งบุตรชายและบุตรสาวคนโตให้เขาแล