ับดุดันน่ากลัวยิ่งนัก” ฮองเฮาทรงประทับนั่งคุยกับหลี่เยว่หาน โดยมีมู่หวังเฟยที่รีบรุดเข้าวังมาสมทบร่วมวงสนทนาด้วย
“จริงเพคะ ปกติฉีอ๋องมักจะดูสุภาพอ่อนโยนและมั่นคง แต่ตอนที่หม่อมฉันกับฮองเฮาพบเขาคราวนั้น ราวกับเขากลายเป็นคนละคนไปเลยจริงๆ” มู่หวังเฟยเอ่ยเสริม
“โชคดีที่เจ้าปลอดภัย มิเช่นนั้นข้าก็จินตนาการไม่ออกเลยว่าเขาจะกลายเป็นอย่างไร…” ฮองเฮาทรงกุมมือหลี่เยว่หานพลางตรัสด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หลี่เยว่หานยิ้มพลางตบหลังมือฮองเฮาเบา ๆ “ข้ารู้จักฉีอ๋องดีเจ้าค่ะ เขารู้ผิดชอบชั่วดี ต่อให้วันใดข้าเป็นอะไรไปจริง ๆ เขาก็ไม่มีวันเอาความโกรธแค้นไปลงกับผู้บริสุทธิ์แน่นอน”
เมื่อหัวข้อสนทนาเริ่มตึงเครียด มู่หวังเฟยจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง “เยว่หาน ข้าได้ยินว่าตอนพวกเจ้าขึ้นฝั่งที่อำเภอฮัวซี ถูกแม่เลี้ยงของเจ้ามาขวางรถม้าไว้รึ? เรื่องมันเป็นมาอย่างไรกัน? ข้าได้ยินว่าแม่เลี้ยงคนนี้แต่งงานใหม่ไปแล้ว เหตุใดถึงยังมาตอแยเจ้าไม่เลิก? หรือจะให้ข้าส่งคนไปจัดการสั่งสอนนางเสียหน่อยดีไหม?”