มืองเทียนซิงอู่เหอ นางนำเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ผ่านการปรับปรุงแล้วแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรฟรี ๆ ทั้งยังใช้เวลาสั้นที่สุดในการฝึกฝนทีมแพทย์กู้ชีพศัลยกรรมรุ่นแรกจำนวน 12 คน
นอกจากการปฐมพยาบาลบาดแผลภายนอกที่พบเห็นได้ทั่วไปแล้ว หลี่เยว่หานยังสอนวิธีกู้ชีพด้วยการปั๊มหัวใจและผายปอดอย่างเป็นระบบอีกด้วย
ในตอนแรกย่อมไม่มีใครเชื่อถือนางนัก แต่หลังจากที่หลี่เยว่หานได้ช่วยชีวิตเด็กน้อยที่สำลักอาหารจนหมดสติ ช่วยชายวัยกลางคนที่จู่ ๆ ก็ล้มฟุบลงกลางถนน รวมถึงชาวบ้านที่บาดเจ็บจากการทำนาอีกหลายราย ทุกคนต่างก็ยอมรับในฝีมือของนางอย่างหมดหัวใจ
โดยเฉพาะวิชากู้ชีพนั้น ในตอนแรกไม่มีใครรับได้กับการที่ต้องนำปากไปประกบปากเพื่อเป่าลม แม้แต่เมิ่งฉีฮ่วนเองก็ยังรู้สึกทำใจลำบาก
ทว่ายามที่หลี่เยว่หานลงมือช่วยชีวิตคนนั้น นางทำได้อย่างคล่องแคล่วและเด็ดขาดจนไม่มีใครกล้าเข้าไปขวาง ในสายตาคนนอก ชายวัยกลางคนที่ล้มลงกลางถนนนั้นดูเหมือนคนตายไปแล้ว แต่หลังจากหลี่เยว่หานกู้ชีพอย่างต่อเนื่อง ชายผู้นั้นไม่เพียงแต่กลับมาหายใจได้อีกครั้ง แต่หลังจากผ่านไปสองวันเขาก็ลุกจากเตียงได้ สร้างความตกตะลึงแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
‘พระชายาของพวกเขาไม่ใช่หญิงชาวบ้านธรรมดาแล้ว แต่น่าจะเป็นนางฟ้าจำแลงมาเสียมากกว่า!’
แน่นอนว่าหลังจากเรื่องสงบลง เมิ่งฉีฮ่วนก็แอบหึงหวงอยู่นาน
‘ก็นั่นมัน… ปากประกบปากเชียวนะ!’
สุดท้ายหลี่เยว่หานก็จำต้องปรับปรุงขั้นตอนนี้เพ