ยักหน้าตกลงไปราวกับต้องมนต์สะกด
กว่าจะรู้สึกตัว เขาก็เผลอรับปากนางว่าจะเผยแพร่วิชาสกัดเกลือที่ท่าเรือใต้ และยังอนุญาตให้นางซื้อเมล็ดผักมาสองคันเพื่อทดลองสกัดน้ำมันเสียแล้ว
“ท่านอ๋อง คำพูดของพระชายาออกจะ… ขอรับ” เฮ่อเจิ้งเทียนที่ยืนฟังอยู่ใกล้ ๆ รีบก้าวเข้ามาหมายจะทัดทานหลังจากที่หลี่เยว่หานเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี
“เจิ้งเทียน ปกติเกลือได้มาจากที่ใด?” เมิ่งฉีฮ่วนมองดูเกลือทะเลที่หลี่เยว่หานทิ้งไว้แล้วถามขึ้น
“หา?” เฮ่อเจิ้งเทียนชะงักไปครู่หนึ่ง “ก็… ก็ต้องสกัดมาจากเหมืองเกลือพะยะค่ะ ทั้งเสียเวลาและแรงงาน เป็นงานที่ละเอียดอ่อนมาก หากไม่ใช่ช่างผู้ชำนาญย่อมไม่มีทางทำได้”
“เจ้าลองมาดูเกลือที่พระชายานำมาสิ” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยพลางใช้นิ้วหยิบเกลือขึ้นมาหนึ่งหยิบมือ
เกลือทะเลนั้นถูกบดจนละเอียด เมื่อโรยลงมาก็พริ้วไหวราวกับเกล็ดหิมะที่งดงามยิ่งนัก
“เกลือนี่… คุณภาพดีเยี่ยมราวกับของบรรณาการเลยพะยะค่ะ!” เฮ่อเจิ้งเทียนร้องอุทานด้วยความตกตะลึง
“นี่คือสิ่งที่เยว่หานสกัดออกมา นางเรียกวิชานี้ว่า ‘เคี่ยวน้ำทะเลเป็นเกลือ’” เมิ่งฉีฮ่วนคลี่ยิ้มออกมาด้วยความภาคภูมิใจ จากนั้นเขาก็รีบคัดลอกวิธีเคี่ยวน้ำทะเลเป็นเกลือของหลี่เยว่หาน แล้วสั่งให้ม้าเร็วส่งไปยังท่าเรือใต้ กำชับให้พวกหัวหน้าเรือเริ่มลงมือทำตามขั้นตอนการต้มและตากเกลือโดยทันที
เฮ่อเจิ้งเทียนได้แต่ยืนอึ้งตะลึงงันอยู่ตรงนั้นเอง…