ไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “เช่นนั้นทารกที่ยังไม่รู้ความผู้นั้น มิเท่ากับต้องเสียโอกาสในการเวียนว่ายตายเกิดของตนเองไปเปล่า ๆ หรือ?”
“หาได้เป็นเช่นนั้นไม่” ถังซีฟานส่ายหน้า “ประทับวิญญาณเพียงหลอมรวมเข้ากับร่างกายของทารกที่เกิดใหม่ เมื่อทารกเติบโตขึ้นความทรงจำในชาติปางก่อนถึงจะค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา นี่ไม่ถือเป็นการแย่งชิงวัฏสงสารของผู้อื่น เป็นเพียง… เป็นเพียงการแย่งชิงวาสนาในการเติบโตหลังจากจุติแล้วเท่านั้น”
“คำพูดนี้ของท่านไม่ถูกต้อง” น้ำเสียงของหลี่เยว่หานเริ่มเย็นชาขึ้น “ในร่างกายคนผู้หนึ่งย่อมมีวิญญาณได้เพียงดวงเดียว แม้ทารกจะยังไม่รู้ความ แต่หากมีการเวียนว่ายตายเกิดจริง ทารกนั้นก็คือหนึ่งชีวิต หากนำประทับวิญญาณของผู้อื่นใส่เข้าไปในร่างทารก ก็เท่ากับว่าในร่างเดียวมีวิญญาณสองดวง ส่วนที่ท่านเรียกว่าความทรงจำชาติก่อนตื่นขึ้นมา แท้จริงแล้วก็คือการที่วิญญาณสองดวงต่อสู้หักล้างกันจนฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ชนะเท่านั้นเอง”
ถังซีฟานดูเหมือนจะคาดไม่ถึงว่าหลี่เยว่หานจะตอบโต้ได้รวดเร็วและตรงประเด็นเช่นนี้ ทำให้นางเริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ “ข้ารู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องดี แต่… ข้าไม่อยากให้อวี่เอ๋อร์ต้องจากโลกนี้ไปโดยที่วิญญาณสลายหายไปตลอดกาล…”
“ท่านตัดใจไม่ได้ แต่จะเอาชีวิตของคนอื่นมาแลกไม่ได้ เรื่องนี้ข้าไม่อาจรับปากท่านได้” หลี่เยว่หานปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
“จะ… จะลองพิจารณาดูหน่อยไม่ได้หรือ?” น้ำเสียงของถังซีฟ