”
“แต่หว่านอู้เซิงนั่น…” เมิ่งฉีฮ่วนกำลังจะแย้ง แต่กลับถูกหลี่เยว่หานใช้นิ้วคีบจมูกไว้อย่างรวดเร็ว แล้วกรอกน้ำในทัพพีเข้าปากเขาไปจนหมด
เมื่อของเหลวใสกระจ่างไหลลงลำคอ คิ้วที่ขมวดมุ่นของเมิ่งฉีฮ่วนก็ค่อย ๆ คลายออก ก่อนหน้านี้เขาและนางต้องตรากตรำในค่ายกลสมุทรโดยมิได้พักผ่อนอยู่นาน แท้จริงแล้วเขายังฟื้นฟูร่างกายได้ไม่เต็มร้อย
เพียงแต่เขาไม่อยากให้นางต้องกังวล จึงแสร้งทำเป็นปกติและเก็บงำความเจ็บป่วยไว้ หลี่เยว่หานมองออกและรู้สึกปวดใจยิ่งนัก นางอยากมอบหว่านอู้เซิงให้เขา แต่ก็กลัวว่าเขาจะอึดอัดใจ จึงหาโอกาสมาตลอด
และยามนี้นางก็ได้จังหวะลงมือเสียที
เมื่อดื่มหว่านอู้เซิงเข้าไปทัพพีหนึ่ง เมิ่งฉีฮ่วนรู้สึกปลอดโปร่งไปทั้งกาย ประหนึ่งอวัยวะภายในได้รับการชำระล้างจนสะอาดใส
“หากพรุ่งนี้คนจากเกาะถงเซิงมาอีก ท่านต้องพาข้าไปด้วยนะเจ้าคะ” หลี่เยว่หานพูดพลางจูงมือเมิ่งฉีฮ่วนลงจากดาดฟ้าเข้าไปในห้องพักใต้ท้องเรือ
บรรดาเหล่าทหารที่เดินผ่านไปมาเห็นภาพนี้เข้า ต่างก็แอบยิ้มกริ่มด้วยความเอ็นดู
สำหรับพวกเขาแล้ว หวังเย่คือเทพแห่งสงคราม ส่วนหวังเฟยก็มีความสามารถล้ำลึกดั่งเทพเซียน ทหารที่เคยอคติต่อหลี่เยว่หานต่างพากันเคารพนางจากใจจริง เมื่อเห็นหวังเย่และหวังเฟยรักใคร่กลมเกลียวกันเช่นนี้ พวกเขาก็พลอยมีความสุขไปด้วย
หลายวันที่ผ่านมา หลี่เยว่หานมักจะนำหว่านอู้เซิงแอบผสมลงในน้ำในห้องครัว ทหารที่ได้กินอาหารซึ่งปรุงด้ว