่สิบกว่าปีกลับต้องทนทุกข์ด้วยโรคร้ายรุมเร้า หากเปิ่นหวังได้เป็นฮ่องเต้หุ่นเชิดจริง ๆ เพียงแค่มอบอำนาจให้ผู้ใต้บังคับบัญชาจัดการ แล้วตนเองออกไปใช้ชีวิตสำราญใจอย่างอิสระ เช่นนี้มิได้ประเสริฐกว่าการอยู่บนเกาะถงเซิงหรอกหรือ?”
คำพูดของเมิ่งฉีฮ่วนทำให้ผู้อาวุโสห้าถึงกับอึ้งไป นึกหาคำมาโต้แย้งไม่ออกอยู่เป็นนาน
“ผู้อาวุโสมาที่นี่เพื่อถ่วงเวลา เรื่องนี้ข้ารู้ดี เมื่อค่ายกลสมุทรแตกพ่าย ข่าวของเกาะถงเซิงจะไปถึงเมืองหลวงภายในสามวัน เมื่อถึงเวลานั้นแคว้นตงฮั่นจะส่งกองทัพมาล้อมปราบ แผนการของพวกท่านคงเป็นมิยอมให้เปิ่นหวังหนีรอดไปได้เช่นกัน” เมิ่งฉีฮ่วนวางถ้วยชาลงแล้วมองผู้อาวุโสด้วยสายตามีเลศนัย
“แต่ผู้อาวุโสแน่ใจหรือว่าท่านคำนวณแผนการของเปิ่นหวังได้ถูกต้อง?”
ผู้อาวุโสห้าทำหน้าถมึงทึงมองเมิ่งฉีฮ่วน สมองหมุนวนอย่างหนักแต่ก็ยังไม่รู้จะเอ่ยอะไรต่อ
“กองทัพห้าแสนนายที่ชานเมืองหลวง ยามนี้อำนาจการสั่งการตกอยู่ในมือขององค์ชายสาม ฝ่าบาทมีโอรสไม่มากนัก ย่อมไม่ปรารถนาจะเห็นองค์ชายใหญ่และองค์ชายสามที่เป็นพี่น้องกันต้องมาห้ำหั่นกันเอง และองค์ชายใหญ่ก็รู้ดีว่าเปิ่นหวังมาจากเกาะถงเซิง หากต้องส่งกองทัพมาล้อมเกาะ องค์ชายสามย่อมเป็นตัวเลือกเดียว ท่านคิดว่าองค์ชายใหญ่จะยอมทนดูอำนาจในมือองค์ชายสามกล้าแข็งขึ้นหรือ?”
“ตั้งแต่ตอนที่เปิ่นหวังออกจากเมืองหลวง ข้าก็ได้เตรียมการไว้ทุกอย่างแล้ว เกาะถงเซิงแห่งนี้… ข้าต้องได้ม