างยิ่ง ไม่ต่างจากเวลาที่พวกเขาปฏิบัติต่อเมิ่งฉีฮ่วนเลยแม้แต่น้อย
*เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?*
นางคิดพลางมองออกไปนอกห้องด้วยความรู้สึกขบขันเล็กน้อย ในเมื่อนอนมานานจนพอแล้ว ยืนพักสักประเดี๋ยวก็คงไม่เป็นไร
เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนรีบร้อนกลับมา เขาก็เห็นหลี่เยว่หานยืนพิงประตูห้องด้วยท่าทางเกียจคร้าน นางมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความทระนง และเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาใกล้ นางถึงกับผิวปากใส่เขาอย่างหยอกล้อหนึ่งที
เมิ่งฉีฮ่วนถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่งกับเสียงผิวปากของเมียรัก ก่อนจะตั้งสติได้และหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
“เจ้าตื่นแล้ว!” เขาเดินตรงเข้ามาแล้วรวบนางเข้าสู่อ้อมกอดทันที “เจ้าคงเหนื่อยมากจริง ๆ นอนหลับไปถึงสองวันสองคืน ในที่สุดก็ฟื้นเสียที”
เดิมทีหลี่เยว่หานกะจะล้อเล่นกับเขาต่อ แต่พอถูกสวมกอดต่อหน้าผู้คนเช่นนี้ นางก็เริ่มรู้สึกขัดเขินขึ้นมา “ท่านได้พักผ่อนบ้างหรือไม่?” นางยังจำภาพที่เมิ่งฉีฮ่วนหน้าซีดขาวด้วยความอ่อนเพลียตอนอยู่บนเรือเล็กได้ดี
“พักแล้ว ข้าตื่นก่อนเจ้าเสียอีก” เมิ่งฉีฮ่วนคลายอ้อมกอดและประคองบ่านางไว้พลางยิ้มตาหยี “เจ้ารู้หรือไม่ ว่าตอนนี้ในสายตาของเหล่าทหาร เจ้าเก่งกาจกว่าข้าไปมากแล้ว”
“หืม? หมายความว่าอย่างไร?” หลี่เยว่หานถามด้วยความงงงวย
“ในยามที่ค่ายกลสมุทรแตกพ่าย เงาดำนับหมื่นแสนปรากฏขึ้นบนผิวน้ำและลามมาถึงเรือใหญ่ เจ้าใช้พลังจิตบดขยี้พวกมันจนสิ้นซาก จากนั้นพลังจากเสาค