่ายกลทั้งสี่สิบเก้าต้นที่เหลืออยู่ก็ได้รวมตัวกัน สร้างคลื่นยักษ์โถมเข้าใส่ถึงสี่สิบเก้าครั้ง และเจ้าก็รับการโจมตีทางจิตกลับไปได้ทั้งหมดสี่สิบเก้าคราเช่นกัน”
“พวกพี่น้องบนเรือต่างพูดกันว่า พวกเขาเห็นเจ้าเพียงแค่โบกมือ เงาดำนับหมื่นก็มลายหายไป ทั้งยังเห็นพลังจิตของเจ้าปรากฏเป็นรูปร่างขึ้นมาต่อต้านการโจมตี ทุกคนต่างเชื่อว่าเจ้าเป็นเทพธิดาจุติลงมาจากสวรรค์ ตอนนี้พวกเขาเลื่อมใสในตัวเจ้าจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานจึงเข้าใจแจ่มแจ้งว่าเหตุใดทหารเฝ้าประตูเมื่อครู่ถึงได้ตื่นเต้นเพียงนั้น
*ที่แท้ตอนข้าปล่อยพลังไม้ตาย ก็มีคนแอบดูอยู่สินะ*
“พลังจิตปรากฏรูปร่างอย่างนั้นหรือ? ข้าไม่ยักจะรู้ตัวเลย” ในตอนที่รับมือการโจมตี นางต้องพยายามทรงตัวไม่ให้ตกน้ำและทุ่มสมาธิทั้งหมดไปกับการตั้งรับ จนไม่มีเวลามาสังเกตเห็นเรื่องอื่นเลย
“พวกเขาเล่าว่าหลังจากเจ้าขับไล่เงาดำไปได้และกลับลงมานั่งบนเรือเล็ก เรือทั้งลำก็ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีทองเจิดจ้า แสงนั้นแผ่ออกมาจากตัวเจ้าแต่เพียงผู้เดียว ข้าไม่มีกับเขาหรอก”
เมิ่งฉีฮ่วนบีบแก้มหลี่เยว่หานเบา ๆ “สรุปคือเจ้าแย่งรัศมีข้าไปหมดสิ้นแล้ว”
แสงสีทอง?
หลี่เยว่หานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ที่แท้พลังจิตของนางเป็นสีทองหรือนี่ ฟังดูแล้วช่างดูเลอค่ายิ่งนัก
เมื่อคิดได้เช่นนั้นนางก็หัวเราะออกมา “เช่นนั้น ต่อไปพวกเขาก็คงไม่กล้าดูหมิ่นข้าแล้วใช่ไหม?”
“แทบจะกราบไหว้บูชาเ