นก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง นางได้ยินเสียงถอนหายใจยาวจากเขา หลี่เยว่หานจึงค่อย ๆ ปล่อยมือออก
ยามนี้เมิ่งฉีฮ่วนกลับคืนสู่ภาวะปกติแล้ว เมื่อเห็นหลี่เยว่หานมองมาด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย เขาก็หยักโค้งมุมปากเผยยิ้มออกมา ก่อนจะเอื้อมมือมาประคองใบหน้าของนางและจุมพิตที่หน้าผากอย่างแผ่วเบา
คล้ายกับต้องการบอกนางว่า ‘ไม่ต้องกังวล ข้าไม่เป็นไรแล้ว’
หลี่เยว่หานสูดจมูกเล็กน้อย แต่ใบหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้ม นางชูมือที่กุมกันไว้ขึ้นมา แล้วชี้ออกไปนอกเรือเล็ก
เรือต้องรักษาความสมดุล พวกเขาจึงไม่สามารถออกจากประทุนเรือพร้อมกันได้ เมิ่งฉีฮ่วนจึงเพียงแค่มองออกไปด้านนอก เมื่อเห็นเงาดำวูบผ่านเขาก็รีบชักสายตากลับและพยักหน้าให้หลี่เยว่หาน
ความเข้าอกเข้าใจของทั้งคู่ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูด เพียงแค่สบตาหรือขยับกายเพียงนิดก็ล่วงรู้ถึงสิ่งที่อีกฝ่ายคิดได้
เมื่อเห็นเมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า หลี่เยว่หานก็นำหว่านอู้เซิง ออกมาจากแดนราชันไร้เทียมทาน นางใช้พลังจิตห่อหุ้มแล้วดื่มลงไป ทันใดนั้นพลังจิตอันมหาศาลก็พรั่งพรูออกมา เสียงอื้ออึงดังก้องในหู เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เงาดำรอบเรือเล็กก็อันตรธานหายไปสิ้น
หลี่เยว่หานเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจพลางมองไปทางเมิ่งฉีฮ่วน เขาก็ยิ้มตอบอย่างมีความสุข โดยที่มือของทั้งคู่ยังคงกุมกันไว้ไม่ปล่อย
เรือเล็กยังคงมุ่งหน้าลึกเข้าไปในค่ายกลสมุทร แม้ไม่รู้ว่าเหตุใดเรือจึงยังเคลื่อนที่ไปตามแรงเฉื่อยได้จนถ