่ากลัว
หลี่เยว่หานลองสัมผัสดู พบว่าเมิ่งฉีฮ่วนยังคงอยู่ข้างกายและอยู่ในสภาวะปกติ นางจึงตัดใจเรียกพลังจิตที่แผ่กระจายอยู่รอบเรือกลับคืนมา
ทว่าทันทีที่ถอนพลังจิตกลับมา หลี่เยว่หานกลับรู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลที่ฉุดกระชากนางไปข้างหน้า จนเกือบจะถลาล้มลงกับพื้นเรือ
โชคดีที่นางตั้งตัวได้ทัน นางรีบปล่อยมือจากไม้พายแล้วเกาะขอบเรือไว้แน่น เพื่อไม่ให้สิ่งใดมาฉวยโอกาสเล่นงานนางได้อีก
“ฮี่ ๆ ๆ…” เสียงหัวเราะที่ฟังแล้วชวนแสบแก้วหูดังขึ้นข้างหู หลี่เยว่หานสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ
“หญิงโฉดชายชั่ว วันนี้ข้าจะกระชากวิญญาณพวกเจ้าให้ตายตกไปตามกันที่นี่!” เสียงสตรีอันเย็นเยียบและไร้ความรู้สึกแว่วมาจากด้านหลัง ความเย็นซ่านลามเลียจากกระดูกสันหลังขึ้นมาจนถึงท้ายทอย
หลี่เยว่หานพยายามตั้งสติ ไม่โต้ตอบสิ่งใดออกไป
ทว่าในใจกลับอดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใดเสียงของผู้หญิงคนนี้ถึงได้ฟังดูคุ้นหูนัก
“อีแพศยา! เจ้าแย่งชิงร่างของข้า แย่งชิงผู้ชายของข้า ทำลายชีวิตข้าจนย่อยยับ นี่ยังจะแสร้งทำเป็นจำข้าไม่ได้อีกอย่างนั้นหรือ!” เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ เสียงนั้นก็เริ่มทวีความโกรธแค้น
คราวนี้หลี่เยว่หานถึงกับชะงักงัน
เพราะเสียงนี้… มันเหมือนกับเสียงของนางไม่มีผิดเพี้ยน
หรือว่าจะเป็น… เจ้าของร่างเดิม?
ไม่ เป็นไปไม่ได้ หลี่เยว่หานรู้ดีว่าตอนที่นางข้ามมิติมา เจ้าของร่างเดิมได้สิ้นใจไปนานแล้ว จะมาปรากฏตัวในค่ายกลสมุ