กว่าหลี่เยว่หานไม่เสียใจเลยย่อมเป็นเรื่องโกหก
เพราะนางรู้ดีว่าหลี่ต้าเฉิงตายแล้ว… ตายด้วยน้ำมือของหวังเฟิ่ง และนางเองก็เป็นผู้เห็นเหตุการณ์นั้นกับตา
ทว่าการได้รับโอกาสให้ได้ใช้เวลาร่วมกับบิดาอีกครั้ง แม้จะรู้ว่ามันคือของปลอม แต่หลี่เยว่หานก็ยังอดไม่ได้ที่จะอาลัยอาวรณ์ในไออุ่นจอมปลอมนี้
เมื่อภาพลวงตาแตกสลาย หลี่เยว่หานก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น และพบกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเมิ่งฉีฮ่วน
“ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นเสียที” ทันทีที่เห็นหลี่เยว่หานลืมตา เมิ่งฉีฮ่วนก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เขาประคองมือนางขึ้นมาแนบแก้มแล้วจุมพิตเบา ๆ
เมื่อเห็นเช่นนั้น ปฏิกิริยาตอบโต้โดยสัญชาตญาณของหลี่เยว่หานคือระแวงว่าตนเองจะตกลงไปในภาพลวงตาอีกชั้นหนึ่ง
ทว่าเมื่อนางแผ่พลังจิตออกไปตรวจสอบ ก็พบว่าพวกนางได้ออกจากค่ายกลสมุทรมาแล้ว ยามนี้เรือจอดนิ่งอยู่ภายนอกม่านหมอก ทุกคนล้วนได้สติกลับคืนมาจากภาพลวงตาแล้ว ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าล้วนเป็นความจริง
“เกิดอะไรขึ้นหรือ?” หลี่เยว่หานเอ่ยถามเสียงเบา
เมิ่งฉีฮ่วนลูบใบหน้าของนางพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “แม้ภาพลวงตาของค่ายกลสมุทรจะทรงพลังมาก ทว่าพลังจิตของเจ้าได้เข้าไปพัวพันและเหนี่ยวรั้งพลังส่วนใหญ่ของมันไว้ หลังจากที่เจ้าติดอยู่ในภาพลวงตา ม่านหมอกก็จางลงไปมาก กัปตันเรือเองก็ฟื้นคืนสติขึ้นมา เราจึงออกจากค่ายกลสมุทรมาได้อย่างรวดเร็ว เพียงแต่เจ้ายังติดอยู่ในภาพลวงตาไม่ยอม