ฟื้นเสียที ช่างน่าหวาดเสียวใจยิ่งนัก”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็เข้าใจสถานการณ์ทันที
ยามที่นางติดอยู่ในภาพลวงตา นางไม่อาจใช้พลังจิตได้ และแดนราชันไร้เทียมทานก็หายไป ทว่ายามนี้เมื่อฟื้นขึ้นมา พลังจิตยังอยู่ครบถ้วนและแดนราชันไร้เทียมทานก็ยังปกติสุขดี นางจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง “ดูเหมือนว่าเราจะพบวิธีทำลายค่ายกลสมุทรแล้ว! ขอเพียงข้า…”
“ไม่ได้” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยขัดขึ้นทันทีโดยไม่รอให้หลี่เยว่หานพูดจบ ใบหน้าของเขาบึ้งตึงด้วยความเคร่งขรึม “ข้าไม่ยอมให้เจ้าเสี่ยงอันตรายอีกเด็ดขาด” แม้เขาจะไม่รู้ว่าหลี่เยว่หานเผชิญกับภาพลวงตาแบบใดในนั้น แต่ยามที่นางหมดสติไป นางมักจะมีน้ำตาไหลออกมาเป็นพัก ๆ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เมิ่งฉีฮ่วนรู้สึกปวดใจอย่างยิ่ง
“ท่านดูสิว่าม่านหมอกของค่ายกลสมุทรเจือจางลงหรือไม่?” หลี่เยว่หานกุมมือเมิ่งฉีฮ่วนไว้ “หากเป็นเช่นนั้น ย่อมพิสูจน์ได้ว่าพลังจิตสามารถทำลายค่ายกลสมุทรได้”
เมิ่งฉีฮ่วนเม้มริมฝีปากแน่นและนิ่งเงียบ
หลี่เยว่หานรู้ดีว่าเขาห่วงใยนาง ทว่านางก็รู้ดียิ่งกว่าว่าอีกไม่นานเฮ่อเจิ้งเทียนจะนำกำลังเสริมจำนวนมากมายังเกาะถงเซิง หากค่ายกลสมุทรไม่ถูกทำลาย เฮ่อเจิ้งเทียนจะสามารถฝ่าค่ายกลเข้ามาได้หรือไม่นั้นยังคงเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดา
ด้วยความที่ภาพลวงตานั้นสมจริงยิ่งนัก เกรงว่าหากพวกเขาเข้าไปในม่านหมอกแล้ว อาจจะไม่มีวันได้กลับออกมาอีกเลย
“เฮ่อเจิ้งเทียนนำคนมามากมาย อีก