ทั้งเขาก็ไม่ได้มีความเข้าใจในค่ายกลสมุทรเท่ากับท่าน ดังนั้นการที่เขาจะนำคนบุกฝ่าเข้าไปจึงอันตรายมาก” หลี่เยว่หานพยายามเกลี้ยกล่อมเมิ่งฉีฮ่วนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “อีกอย่าง การสูญเสียพลังจิตสำหรับข้านั้นเพียงแค่ใช้เวลาพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูก็กลับมาเป็นปกติแล้ว ไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใด”
“ข้าไม่เห็นด้วย” เมิ่งฉีฮ่วนยังคงยืนกรานคำเดิม “เรื่องที่เสี่ยงอันตรายควรเป็นหน้าที่ของข้า”
“อ้อ… แล้วท่านมีพลังจิตอย่างนั้นหรือ?” หลี่เยว่หานเลิกคิ้วถาม
“ข้า…” เมิ่งฉีฮ่วนจนปัญญาจะหาคำมาโต้แย้ง แต่ก็ยังดื้อดึง “อย่างไรเสีย ข้าบอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้”
เมื่อเห็นเขายืนกรานเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็ไม่ได้พูดเซ้าซี้ต่อ
นอกจากนี้ หากค่ายกลสมุทรถูกทำลายลงในตอนนี้ ทางเกาะถงเซิงย่อมต้องเพิ่มการระแวดระวังภัยอย่างเข้มงวด ซึ่งย่อมไม่ใช่เรื่องดีสำหรับพวกเขา
ยังดีที่ขอบเขตของค่ายกลสมุทรอยู่ห่างจากเกาะถงเซิงอยู่ระยะหนึ่ง และการที่หลี่เยว่หานเข้าไปในภาพลวงตาเมื่อครู่ก็ได้สร้างความเสียหายให้กับค่ายกลไม่น้อย แม้ในห้วงมายานั้นนางจะใช้พลังจิตไม่ได้ แต่หลังจากตกลงไปในภวังค์ พลังจิตของนางกลับโจมตีจุดที่ตั้งของค่ายกลไปอย่างสะเปะสะปะแต่รุนแรง
จะว่าไปแล้ว เรื่องการโจมตีด้วยพลังจิตนี้เป็นสิ่งที่ถังซีฟานเป็นผู้สอนให้นาง แม้ตอนแรกคนผู้นี้จะไม่ได้หวังดี แต่ในภายหลังเขาก็ช่วยเหลือนางไว้มากจริง ๆ ก่อนที่จะขึ้นเรือ หลี่เยว่หานได้ป