ระทับตราพลังจิตไว้บนตัวของเหล่านักรบทั้งห้าพันนายแล้ว แม้แต่เมิ่งฉีฮ่วนและกัปตันเรือเองก็ถูกนางทิ้งรอยประทับพลังจิตไว้เช่นกัน
หลังจากที่จับคนของสิบสองถ้ำมาได้ หลี่เยว่หานก็ได้ใช้พลังจิตทำเครื่องหมายไว้ที่เรือลำใหญ่ ดังนั้นในยามที่นางติดอยู่ในภาพลวงตา การโจมตีของพลังจิตจึงหลบเลี่ยงบุคคลและสิ่งของที่ถูกทำเครื่องหมายไว้ทั้งหมด
การที่เป้าหมายซึ่งถูกประทับตราพลังจิตไว้จะไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีด้วยพลังจิตของตนเองนั้น ก็เป็นอีกเรื่องที่ถังซีฟานสอนนางมา
เมื่อนึกถึงถังซีฟาน หลี่เยว่หานก็อดที่จะรู้สึกกังวลมากขึ้นไม่ได้ นางพอจะเดาได้ว่าการที่เกาะถงเซิงจับตัวถังซีฟานกลับไปนั้นคงต้องการจะนำเขาไปทำเป็นหุ่นเชิดมนุษย์ แต่หลายวันผ่านไปเช่นนี้ ไม่รู้ว่ายามนี้ถังซีฟานจะเป็นอย่างไรบ้าง
“เจ้าวางใจเถอะ การจะหลอมสร้างหุ่นเชิดมนุษย์ต้องเตรียมการหลายอย่าง หากยังไม่ผ่านไปสิบวันหรือครึ่งเดือน เจ้ากวางโรตัวโง่นั่นคงยังไม่มีอันตรายถึงชีวิตหรอก” เมิ่งฉีฮ่วนมองออกว่าหลี่เยว่หานกำลังกังวลใจ จึงรีบเอ่ยปลอบนางทันเวลา
แม้เขาจะไม่ค่อยชอบหน้าถังซีฟานนัก แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อหลี่เยว่หานคอยปกป้องคนผู้นั้นอยู่
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที
“เช่นนั้นเราจะขึ้นฝั่งเมื่อใดดี?” หลี่เยว่หานถาม “จะขึ้นไปสืบข่าวเพื่อประเมินสถานการณ์ก่อน หรือจะรอจนกว่าเฮ่อเจิ้งเทียนจะมาสมทบ?”
เมิ่งฉีฮ่วนนิ่