งคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า “เรารอเฮ่อเจิ้งเทียนไม่ได้แล้ว อย่างไรเราก็มีคนอยู่ห้าพันนาย แม้โอกาสที่จะชนะคนบนเกาะถงเซิงจะมีไม่มากนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลยเสียทีเดียว”
“เอาอย่างนี้ ข้ามีแผนการอย่างหนึ่ง” หลี่เยว่หานพูดพลางยันกายลุกขึ้นนั่ง “เราส่งคนสักสิบกว่าคนนั่งเรือเล็กขึ้นไปยังเกาะถงเซิงเพื่อสืบดูสถานการณ์ก่อน ส่วนเรือลำใหญ่แน่นอนว่าต้องหลบเลี่ยงสายตาของคนบนเกาะ
ดังนั้นเราจะให้เรือแล่นวนอยู่รอบ ๆ เกาะถงเซิง ท่านลองประมาณการดูว่าพวกของเฮ่อเจิ้งเทียนจะมาถึงขอบม่านหมอกเมื่อใด เมื่อถึงเวลานั้น ท่านก็นำทางข้า แล้วเราสองคนเข้าไปในค่ายกลสมุทรเพื่อทำลายมันให้สิ้นซากด้วยกัน”
เมิ่งฉีฮ่วนฟังช่วงแรกก็เห็นว่าเข้าท่าดี เมิ่งฉีฮ่วนฟังช่วงแรกก็เห็นว่าเข้าท่าดี ทว่าพอได้ยินช่วงท้าย ใบหน้าของเขาก็พลันมืดมนลง “หลี่เยว่หาน เจ้าเห็นว่าข้าพูดเล่นอย่างนั้นหรือ ข้าบอกแล้วว่าไม่ให้เจ้าเข้าไปเสี่ยงอันตรายในค่ายกลสมุทรอีกเด็ดขาด!”
“แต่ถึงแม้เราจะยึดเกาะถงเซิงได้ สุดท้ายเราก็ต้องฝ่าค่ายกลสมุทรออกไปอยู่ดีไม่ใช่หรือ” หลี่เยว่หานเริ่มทำตัวรั้น
“อย่างไรเสีย ถึงเวลาข้าก็ต้องเข้าไปจัดการค่ายกลนี้อยู่ดี ตอนนี้ท่านไม่ให้ข้าไป มันก็แค่เรื่องชั่วคราวเท่านั้น ตอนเราจะออกจากเกาะถงเซิง ข้าก็ต้องหาทางทำลายค่ายกลนี้ให้ได้อยู่ดี เว้นแต่ว่าท่านจะพาข้าตั้งรกรากอยู่ที่เกาะถงเซิงตลอดไป!”
เมื่อเห็นเมิ่งฉีฮ่วนทำท่าเหมือนจะบอกว่าถ