ือสังหารคนได้ลงคอ…”
หวังเฟิ่งร้องห่มร้องไห้คร่ำครวญเล่าความเท็จต่อเจ้าหน้าที่ ในขณะที่หลี่เยว่หานถูกคุมตัวขึ้นรถตำรวจท่ามกลางสายตาของเพื่อนบ้านที่รุมล้อมดูเหตุการณ์
สภาพแวดล้อมรอบกายเหมือนกับในความทรงจำของนางไม่มีผิดเพี้ยน แม้แต่ใบหน้าของเหล่าเพื่อนบ้านก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด
หลี่เยว่หานรู้ดีว่านางตกหลุมพรางของภาพลวงตาเข้าให้แล้ว เพราะเผลอไปขานรับเหตุการณ์ในภาพลวงตานั้นเข้า จึงทำให้ติดอยู่ในค่ายกลนี้ ด้วยเหตุนี้นางจึงยังคงรักษาความสงบในจิตใจไว้ได้
ทว่าความเจ็บปวดเพียงหนึ่งเดียวที่ฝังลึกอยู่ในใจของนาง คือความจริงที่ว่าหลี่ต้าเฉิงได้ตายไปแล้ว
และในยามนี้ เมิ่งฉีฮ่วนยังคงติดอยู่ในค่ายกลสมุทรที่เต็มไปด้วยอันตรายที่ไม่อาจคาดเดา
นางควรจะทำลายค่ายกลนี้อย่างไรดี?
ในระหว่างทางที่ไปสถานีตำรวจ หลี่เยว่หานพยายามที่จะแผ่พลังจิตออกไป แต่กลับพบว่าพลังจิตของนางหายไปจนสิ้น แม้แต่แดนราชันไร้เทียมทาน นางก็ไม่อาจสัมผัสถึงได้ สิ่งนี้ทำให้ในใจของหลี่เยว่หานเริ่มเกิดความไม่สบายใจขึ้นมา
“ชื่อ อายุ เพศ” ในห้องสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงผู้มีใบหน้าเย็นชา กำลังทำการบันทึกปากคำจากหลี่เยว่หาน
หลี่เยว่หานไม่ได้เอ่ยคำใด นางไม่แน่ใจว่ายิ่งขานรับภาพลวงตามากเท่าใด ภาพลวงตาก็จะยิ่งดูสมจริงมากขึ้นเท่านั้นหรือไม่ ดังนั้นหากไม่จำเป็นต้องเปิดปาก นางก็จะพยายามนิ่งเงียบไว้ให้ถึงที่สุด
นางเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้องสอบสวน