ขึ้นเรือมาด้วย
และก็เป็นไปตามคาด คนที่ขึ้นเรือมาไม่มีผู้ใดที่เป็นคนธรรมดาเลย
ในช่วงเวลาที่เมิ่งฉีฮ่วนไปพบกับเจ้าของเรือ พลังจิตของหลี่เยว่หานก็ได้ตรวจสอบทุกคนอย่างละเอียดแล้ว
ทุกคนล้วนปลอมตัวมาทั้งสิ้น!
เมื่อเห็นเมิ่งฉีฮ่วนกลับเข้ามาในห้อง หลี่เยว่หานก็ส่งสัญญาณมือบอกให้เขาเงียบไว้ จากนั้นนางจึงรีบเขียนข้อความเตือนลงบนกระดาษส่งให้เขาดู
ทันทีที่เห็นข้อความนั้น สีหน้าของเมิ่งฉีฮ่วนก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที
ขณะที่หลี่เยว่หานกำลังเผากระดาษแผ่นนั้นจนเป็นเถ้าถ่าน นางก็ส่งสัญญาณให้เมิ่งฉีฮ่วนเริ่ม “แสดงละคร” เพราะยามนี้พวกผู้ชมที่อยู่ข้างนอกต่างเอาหูแนบผนังฟังกันหมดแล้ว
“แค่ก แค่ก แค่ก…” เมิ่งฉีฮ่วนแสร้งไอโขลกอย่างคนแก่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ลูกสาว พ่ออยากดื่มน้ำเหลือเกิน”
“จะดื่มอะไรนักหนา! ไหนท่านบอกว่าลมบนเรือแรงดี พัดเสียจนท่านสบายเนื้อสบายตัวอย่างไรเล่า!” หลี่เยว่หานแผดเสียงแหลมพลางรินน้ำส่งให้เมิ่งฉีฮ่วน นางมองดูเขาค่อย ๆ จิบน้ำลงไปแล้วจึงบ่นต่อ “จะไปแคว้นตงฮั่นทำไมกัน เมืองเทียนซิงอู่เหอมันอยู่ไม่สบายนักหรือ หรือว่าแคว้นตงฮั่นมันจะมีดีกว่าที่นี่กันเชียว!”
“เจ้าจะไปรู้อะไร ประสาเด็กผู้หญิงตัวแค่นี้” เมิ่งฉีฮ่วนกดเสียงให้ต่ำลง น้ำเสียงฟังดูแหบพร่าและชราภาพยิ่งนัก ราวกับชายชราวัยหกสิบกว่าปีไม่มีผิด
“ใช่สิ ข้ามันไม่รู้อะไรเลย โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าทำไมท่านกับท่านแม่ถึงต้องตะบี้ตะบันมีข้าตอนอาย