ุสี่สิบกว่าด้วย ดูสิ พอท่านแม่ตายไป ท่านก็แก่เฒ่าเพียงนี้ จนข้าเองก็พลอยจะออกเรือนไม่ได้ไปด้วย!” น้ำเสียงของหลี่เยว่หานทั้งจิกกัดและประชดประชันยิ่งนัก
นี่คือบทละครที่ทั้งคู่เตรียมกันไว้ล่วงหน้า พ่อเฒ่ากับลูกสาววัยแรกรุ่น
“เจ้าก็พูดเกินไป ตระกูลหวังของพวกเราก็ต้องมีผู้สืบทอดสิ อีกอย่าง ตอนที่แม่เจ้าอุ้มท้องเจ้านั้นร่างกายไม่ค่อยดีนัก หากฝืนกินยาขับเด็กออกไปล่ะก็ อย่าว่าแต่เจ้าเลย แม้แต่แม่ของเจ้าก็คงไม่รอดชีวิต” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสลดลง “”ข้าคิดไม่ถึงว่านางจะจากไปทันทีที่เจ้าลืมตาดูโลก ทันทีที่เจ้าลืมตาดูโลก…”
หลี่เยว่หานเกือบจะหลุดขำออกมา นางจึงได้แต่ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอแล้วเงียบไป
เมื่อดึกสงัด หลี่เยว่หานคะยั้นคะยอให้เมิ่งฉีฮ่วนเข้านอนก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปนอกห้อง
ก่อนออกจากห้องนางตั้งใจฟังเสียงข้างนอกจนแน่ชัด พบว่าพวกที่แอบซุ่มอยู่หน้าประตูต่างพากันย่องหนีไปหมดแล้ว
หลี่เยว่หานเปิดประตูด้วยใบหน้าเย็นชา นางแสร้งเดินเข้าไปนอนในห้องพักข้าง ๆ และคอยเงียบหูฟังความเคลื่อนไหวบนเรืออย่างระมัดระวัง
พวกที่แอบมาสืบความลับย่อมไม่อยู่เฉย หรือพูดให้ถูกคือ พวกเขาหมายตาสองพ่อลูกคู่นี้ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว หลังจากหลี่เยว่หานดับตะเกียงไปได้ราวครึ่งชั่วยาม ก็เริ่มมีคนใช้กริชสะเดาะกลอนประตูอย่างเงียบเชียบ
หลี่เยว่หานไม่ได้ร้อนรนแต่อย่างใด
ด้วยวรยุทธที่แข็งแกร่งของเมิ่งฉีฮ่วนและพลังจิตอันก