ตน แต่ทางสำนักก็ยังช่วยล้างแค้นให้เขา
ส่วนเรื่องที่ถังตงฝานเป็นแม่ทัพใหญ่นั้น หลี่เยว่หานเห็นมาจากความทรงจำของถังซีฟานตอนที่บรรพชนเหยี่ยวดำตะโกนเรียกออกมาว่า “แม่ทัพถัง! แม่ทัพใหญ่ถังตงฝาน!”
น่าเสียดายที่ตอนนั้นถังซีฟานอยู่ในร่างกึ่งอสูร ความทรงจำจึงพร่าเลือน ในใจคิดเพียงแต่ว่าสำนักช่างดีเหลือเกิน เพราะคงคาดหวังความสามารถในการแยกแยะจากม้าตัวหนึ่งไม่ได้มากนัก ขนาดมนุษย์ยังรู้จักแต่งเติมความทรงจำของตนเองให้ดูดีเลย นับประสาอะไรกับม้า
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่เยว่หานก็ไม่ได้ถกเถียงกับถังซีฟานอีก แต่นางกลับไปตั้งใจฝึกฝนพลังจิตต่อ
อาจเป็นเพราะนางเป็นผู้ที่ข้ามภพมา และแดนราชันไร้เทียมทานยังมีส่วนช่วยส่งเสริมพลังให้นาง ดังนั้นในสายตาของถังซีฟาน ความก้าวหน้าในการฝึกพลังจิตของหลี่เยว่หานจึงรวดเร็วราวกับก้าวกระโดด
ไอหมอกพิษรอบบ้านพักที่ปลอดภัยยังไม่ได้ถูกถอนออกไป ยามนี้หลี่เยว่หานยังไม่มีสมาธิพอจะไปตรวจสอบดูว่าในแดนราชัน แห่งนี้ยังมีมนุษย์กึ่งอสูรที่ฟื้นคืนสติอีกกี่ตน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน นางจึงคงหมอกพิษเอาไว้เช่นเดิม
กิจวัตรประจำวันของถังซีฟานคือการกินหญ้า ตากแดด และเฝ้ามองหลี่เยว่หานฝึกตน พลางฟังนางนับจำนวนปากน้ำพุที่เปิดออกได้เพิ่มขึ้น
นี่เป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายและสบายใจที่สุดตั้งแต่เขาฟื้นคืนสติมาเลยทีเดียว
เพราะในช่วงแรกที่ฟื้นสติ เขายังคงอยู่ในร่างม้า ในแดนราชันแห่งนี้ยึดถื