งประกาย “เสี่ยวถังเอ๋อร์ของพี่จัดการกับศพเดินได้คนเดียวไม่ได้เชียวหรือ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น องค์หญิงสิบสามก็ย่นจมูก พลางเอนกายซบตักจ้าวปันสืออย่างออดอ้อน “เสี่ยวถังเอ๋อร์รู้ดีว่าเสด็จพี่ดีกับน้องที่สุดเลย!”
“มันต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว” จ้าวปันสือกล่าวจบก็หลับใหลไปทันที
องค์หญิงสิบสามลุกขึ้นยืน มองดูจ้าวปันสือที่สลบไสลพลางแค่นยิ้มเย็นชาออกมา “ตาแก่ใกล้ตาย ยังกล้าจะให้ข้าไปเป็นชายารอง ฝันไปเถอะ! ข้าไม่เพียงแต่จะจัดการกับยัยศพเดินได้นั่น แต่ข้ายังจะเปลี่ยนท่านให้กลายเป็นศพเดินได้ด้วย!”
“เสี่ยวถังเอ๋อร์” เสียงสตรีผู้หนึ่งดังขึ้น จากนั้นสตรีผู้สูงศักดิ์ท่าทางสง่างามก็เดินออกมาจากด้านหลัง
ผู้ที่มาคือโฉวฮองเฮา โดยมีฝานเอ๋อร์เดินตามหลังมาอย่างนอบน้อม ที่จ้าวปันสือเพิ่งจะมีเรี่ยวแรงเจรจาต่อรองกับเมิ่งฉีฮ่วนได้เมื่อครู่ ก็เพราะฝานเอ๋อร์เป็นคนป้อนยาห้าหินที่ผสมหว่านอู้เซิงหนึ่งหยดให้เขากินนั่นเอง
ยามนี้ จ้าวปันสือได้ถูกโฉวฮองเฮาควบคุมไว้โดยใช้ฝานเอ๋อร์เป็นเครื่องมือมานานแล้ว
ส่วนฝานเอ๋อร์ หลังจากถูกองค์หญิงสิบสามและโฉวฮองเฮาทารุณมานานหลายปี ในสายตาของสองแม่ลูกนางก็เป็นเพียงหมากที่ใช้งานง่ายที่สุดตัวหนึ่งเท่านั้น
หารู้ไม่ว่า ในใจของฝานเอ๋อร์นั้น การแก้แค้น… ไม่ว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ก็ไม่สายเกินไป