วนคืออ๋องที่มีอำนาจล้นมือในเมืองหลวง กุมกำลังทหารที่ชายแดนถึงสามแสนนาย ไม่ใช่อ๋องธรรมดาที่ไร้อำนาจวาสนา ต่อให้แดนเหลียวปี้เลี่ยตงจะอยู่ไกลหูไกลตาฮ่องเต้เพียงใด ในใจเขาก็ยังมีความยำเกรงอยู่ไม่น้อย
จ้าวปันสือพอจะรู้จักนิสัยใจคอของฮ่องเต้หลิงอวิ๋นอยู่บ้าง แต่ถึงจะเข้าใจดี ทว่าองค์หญิงสิบสามคือน้องสาวคนเล็กที่เขาโปรดปรานที่สุด เมื่อคิดว่านางต้องไปเป็นเมียรองของผู้อื่น ในใจเขาก็ยังคงรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจนัก
ทว่าเขาก็เข้าใจดีเช่นกันว่า การที่องค์หญิงจากแคว้นบริวารได้แต่งงานกับชินอ๋องแห่งแคว้นใหญ่ในตำแหน่งพระชายารอง เพื่อแลกกับการได้รับความคุ้มครองไปอีกหลายสิบปี ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่ามากแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น จ้าวปันสือจึงทอดถอนใจแล้วกล่าวว่า “ชายารองก็ชายารองเถอะ แต่ข้ามีบุตรสาวคนนี้เพียงคนเดียว ทะนุถนอมมาตั้งแต่ยังเล็ก ต่อให้เป็นเพียงชายารอง แต่พิธีการที่ควรมีในเหลียวปี้เลี่ยตงก็ต้องจัดให้ครบถ้วน”
เมิ่งฉีฮ่วนไม่ได้คัดค้าน หลังจากตกลงรับคำเขาก็ขอตัวล่วงหน้าไปก่อน
องค์หญิงสิบสามที่แอบฟังอยู่หลังฉากกั้นเดินออกมาหลังจากเมิ่งฉีฮ่วนกลับไปแล้ว นางรีบพุ่งเข้าไปหาจ้าวปันสือและกล่าวด้วยความน้อยใจว่า “เสด็จพี่ เหตุใดท่านถึงไม่ยืนกรานให้มากกว่านี้!”
“จะกลัวไปไย” จ้าวปันสือลูบศีรษะองค์หญิงสิบสามด้วยความเอ็นดู น้ำเสียงของเขายังคงทรงพลัง แต่หากสังเกตดี ๆ จะพบว่าแววตาของเขานั้นว่างเปล่าไร้ซึ่