งค์หญิงสิบสามอย่างเป็นทางการ
ทางด้านจ้าวปันสือดูเหมือนจะรับรู้เรื่องราวทุกอย่างอยู่ก่อนแล้ว เขาตอบรับคำขอนั้นอย่างรวดเร็ว แต่มีข้อแม้ประการหนึ่งคือ ลูกสาวของเขาจะต้องไม่ออกเรือนไปเป็นเมียน้อย
ความหมายแฝงก็คือ ต้องการให้เมิ่งฉีฮ่วนหย่าขาดกับหวังเฟยหลี่เยว่หานนั่นเอง
แน่นอนว่าเมิ่งฉีฮ่วนไม่มีทางยินยอม
“ที่เปิ่นหวังตกลงจะแต่งงานกับองค์หญิงสิบสาม ก็เพราะต้องการหว่านอู้เซิงในสินเดิมของนางมาช่วยชีวิตภรรยาสุดที่รัก หากท่านเจ้าเมืองต้องการให้เปิ่นหวังหย่าภรรยา เช่นนั้นเปิ่นหวังก็ต้องขออภัยด้วย” แม้จะเป็นการมาสู่ขอ แต่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้ดีว่าเดิมพันคืออะไร
เมิ่งฉีฮ่วนจึงกล่าววาจาอย่างไม่ไว้หน้า “ถ้าองค์หญิงสิบสามไม่ยอมมาเป็นพระชายารองของเปิ่นหวัง ก็ยกเลิกงานแต่งนี้เสีย”
“ชินอ๋องฉีไม่คิดจะช่วยพระชายาแล้วหรือ?” แม้ตอนนี้จ้าวปันสือจะมีร่างกายที่ทรุดโทรมจากการถูกสูบพลังไปมาก แต่สติสัมปชัญญะของเขายังถือว่าใช้ได้ ความคิดความอ่านจึงไม่ได้เชื่องช้าจนเกินไป
“ช่วยสิ แน่นอนว่าต้องช่วย” เมิ่งฉีฮ่วนยิ้มบาง ๆ “ก็แค่หว่านอู้เซิงไม่ใช่หรือ หากท่านเจ้าเมืองไม่อยากให้องค์หญิงสิบสามเป็นรองผู้อื่น เช่นนั้นเปิ่นหวังคงต้องหาหนทางอื่นแทนแล้ว”
คำว่า ‘หาหนทางอื่น’ นี้ ย่อมหมายถึงการพร้อมที่จะแตกหัก
ทางด้านจ้าวปันสือเองก็ใช่ว่าจะไม่ได้สืบประวัติของเมิ่งฉีฮ่วน อ๋องที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาผู้นี้ เขารู้ดีว่าเมิ่งฉีฮ่