องทุ่มเทกำลังทั่วทั้งแผ่นดินเพื่อรักษาพระชายาของท่านอย่างแน่นอน!”
‘ในเมื่อกรมโหราศาสตร์ของพวกท่านเก่งกาจนัก พวกเราก็จะช่วยรักษาไปตามน้ำก็แล้วกัน ถ้ารักษาไม่หายก็อย่ามาโทษพวกข้าละกัน!’
เมิ่งฉีฮ่วนเผยยิ้มขื่น พลางกล่าวอย่างเฉยเมย “ข้าเชื่อในความจริงใจของท่านองค์ชายใหญ่ หากอาการของพระชายาดีขึ้น ข้าสัญญาว่าจะไม่ปฏิบัติอย่างแล้งน้ำใจต่อเหลียวปี้เลี่ยตงแน่นอน”
‘อยากได้ผลประโยชน์ใช่ไหม งั้นก็แสดงฝีมือออกมา ถ้าทำแค่ขอไปที ก็อย่าหวังว่าจะได้อะไรติดมือกลับไป!’
ทั้งสองฝ่ายต่างโต้ตอบกันอย่างมีนัยแฝงอยู่หลายยก บาเคอร์ไม่สามารถช่วงชิงความได้เปรียบใด ๆ จากเมิ่งฉีฮ่วนได้เลย สุดท้ายจึงต้องจำใจหุบปากแล้วหันไปชมการร่ายรำแทน
สตรีชาวเหลียวปี้เลี่ยตงนั้นใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางหิมะและความหนาวเหน็บเกือบตลอดทั้งปี ต่อให้เป็นช่วงฤดูร้อนจัด อุณหภูมิของที่นี่ก็ยังเย็นกว่าแคว้นตงฮั่นมาก ส่งผลให้พวกนางมีผิวพรรณที่ละเอียดละออ ท่วงท่าการร่ายรำก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ดูองอาจเข้มแข็งและสง่างาม
ทว่าใจของเมิ่งฉีฮ่วนไม่ได้อยู่ที่การแสดงเหล่านั้นเลย
นับตั้งแต่หมอของเหลียวปี้เลี่ยตงเริ่มเข้ามาตรวจอาการของหลี่เยว่หาน เขาก็เอาแต่ครุ่นคิดว่า ‘ดาวต่างถิ่น’ ที่กรมโหราศาสตร์กล่าวถึงนั้นอยู่ที่ใดกันแน่ ในเมื่อยามนี้เขาพาหลี่เยว่หานมาถึงที่นี่แล้ว เหตุใดดาวดวงนั้นจึงยังไม่ปรากฏตัวเสียที
เขากลัวเหลือเกิน กลัวว่าร่างกายของหลี่เยว่หา