งรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที
กษัตริย์แห่งเหลียวปี้เลี่ยตงนั้นพวกเขาเคยพบมาแล้ว ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงเมืองติ้งอวิ๋น หลังจากนั้นในแต่ละวัน กษัตริย์ผู้นั้นก็มักจะโผล่หน้ามาทักทายอยู่เสมอ แต่เนื่องจากครั้งนี้เมิ่งฉีฮ่วนไม่ได้มาในฐานะทูตทางการ แต่มาเพื่อรักษาพระชายา จึงไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องราชการให้วุ่นวายนัก
เวลาผ่านไปหลายวัน พวกเขาเกือบจะเห็นหน้าค่าตาคนในราชสำนักเหลียวปี้เลี่ยตงจนครบหมดแล้ว
ทว่าเด็กสาวตรงหน้าคนนี้ พวกเขาเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก
“ท่านพี่มัวแต่ยุ่งกับการรับรองแขก จนลืมน้องเสี่ยวถังคนนี้ไปนานแล้วน่ะสิ” เด็กสาวผู้นั้นฉีกยิ้มกว้างให้บาเคอร์ “โทษกักบริเวณของข้าสิ้นสุดลงตั้งแต่เมื่อวานแล้วต่างหากล่ะ!”
เห็นได้ชัดว่าบาเคอร์เอ็นดูน้องสาวคนนี้มาก เขาจึงไม่ได้ว่าอะไรต่อ และสั่งให้คนจัดที่นั่งเพิ่มให้เสี่ยวถังได้ร่วมโต๊ะด้วย
“ท่านอ๋องฉีโปรดอย่าถือสาเลย” หลังจากจัดที่ทางให้เสี่ยวถังเรียบร้อย บาเคอร์ก็รีบอธิบายกับเมิ่งฉีฮ่วน “นี่คือน้องสาวคนเล็กของตระกูลเรา ปกติพวกเราจึงมักจะตามใจนางมากไปสักหน่อย ตอนที่ท่านอ๋องมาถึงเมืองติ้งอวิ๋น เสี่ยวถังยังถูกกักบริเวณเพราะทำความผิดอยู่ จึงไม่ได้ออกมาเข้าพบท่าน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจว่า “ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจดี” เขาไม่ได้ปรายตามองนางแม้แต่น้อย สายตายังคงทอดมองการร่ายรำกลางลานอย่างเลื่อนลอย
บาเคอร์เห็นท่าทีนิ่งเฉยของเมิ่