ารู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะกลายเป็นแค่เครื่องจักรผลิตของเสียไปวัน ๆ สมองที่ว่าเร็วก็ยังเร็วสู้เฮ่อเจิ้งเทียนไม่ได้ในบางเรื่อง
แถมเมื่อครึ่งเดือนก่อน เขายังโดนเฮ่อเจิ้งเทียนค่อนแคะเรื่องที่เป็นพวกโสดมาตั้งแต่เกิดจนไร้เดียงสาเรื่องความรักอีก หากเป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงจะสู้เฮ่อเจิ้งเทียนไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ…
คิดได้ดังนั้น เจียงหมิงก็รีบคว้ากระดาษพู่กันมาเขียนหนังสือค้ำประกันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นส่งให้องค์หญิงสิบสามด้วยรอยยิ้ม
แน่นอนว่านอกจากลงชื่อแล้ว ยังต้องให้องค์หญิงสิบสามประทับลายนิ้วมือและลัญจกรส่วนตัวด้วย ไม่อย่างนั้นคงจะบิดพลิ้วได้ง่ายเกินไป
สีหน้าขององค์หญิงสิบสามย่ำแย่ลงทันทีที่เห็นกระดาษแผ่นนั้นและแท่นประทับชาด “ท่านอ๋อง ทำเช่นนี้ไม่ดูเป็นการดูหมิ่นกันเกินไปหน่อยหรือคะ?”
“ข้าต้องขออภัยองค์หญิงก่อนล่วงหน้า เพียงแต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพระชายาที่รักยิ่ง ข้าจึงจำเป็นต้องรอบคอบเป็นพิเศษ หวังว่าองค์หญิงจะโปรดเข้าใจในความเสียมารยาทครั้งนี้ด้วย” เมิ่งฉีฮ่วนตอบกลับอย่างรวดเร็ว ทว่าบนใบหน้าไม่มีวี่แววของความสำนึกผิดแม้แต่น้อย กลับดูเป็นธรรมชาติราวกับว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว
องค์หญิงสิบสามเห็นเช่นนั้นก็มีสีหน้าซับซ้อน “ท่านอ๋องไม่กังวลหรือว่าอานิ่งจะทนการดูหมิ่นนี้ไม่ได้ แล้วพาพี่ฝานเอ๋อร์เดินจากไปโดยไม่เหลียวแลพระชายาอีกเลย?”
“ไม่เป็นไร” เมิ่งฉีฮ่วนตอบอย่างราบเรียบ “หากองค์หญิ