งใจดำอำมหิตถึงเพียงนั้น ข้าเองก็คงต้องยอมเสี่ยงเพื่อภรรยาสุดที่รักสักตั้ง” น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยการข่มขู่ที่ไม่ได้ปกปิดเลยแม้แต่นิดเดียว
*หากเจ้ากล้าเล่นตุกติกกับข้า ข้าก็กล้าสั่งทหารมาเหยียบแผ่นดินเจ้าให้ราบพนาสูร ข้าไม่กลัวว่าเจ้าจะหัวแข็ง กลัวแค่หัวเจ้าจะแข็งไม่พอสู้เท่านั้น!*
เพื่อหลี่เยว่หานแล้ว เมิ่งฉีฮ่วนยอมทิ้งทุกอย่างได้จริง ๆ ยิ่งบวกกับคำเตือนของเฮ่อเจิ้งเทียนเมื่อครึ่งเดือนก่อนที่ว่าองค์หญิงสิบสามอาจคิดจะแต่งงานด้วย เขาก็ยิ่งนิ่งเฉยไม่ได้
เขาพยายามยัดเยียดคำว่า ‘ภรรยาสุดที่รัก’ ใส่หูนางทุกคำขนาดนี้แล้ว หากนางยังดันทุรังจะแต่งให้เขาอีก เขาก็คงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยกทัพมาถล่มแคว้นเหลียวปี้เลี่ยตงจริง ๆ
ส่วนเรื่องจะเกรงกลัวฮ่องเต้หลิงอวิ๋นหรือไม่นั้น… ลืมไปได้เลย สิ่งที่เขาเตรียมการไว้ตอนออกจากเมืองหลวง ป่านนี้คงความแตกหมดแล้ว สำหรับฮ่องเต้ตอนนี้ ขอแค่เมิ่งฉีฮ่วนไม่โผล่หัวกลับเมืองหลวงกะทันหัน ต่อให้เขาจะตัดหัวจ้าวปันสือของแคว้นเหลียวปี้เลี่ยตงส่งไปถวายถึงวังหลวง ฮ่องเต้ก็คงไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่นัก
“ท่านอ๋องช่างรักพระชายาดั่งชีวิตจริง ๆ” ในที่สุดท่าทีไร้เดียงสาบนใบหน้าขององค์หญิงสิบสามก็เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาแห่งการคำนวณ “เช่นนั้นอานิ่งขอพูดตรง ๆ เลยแล้วกัน ในมือของอานิ่งมีสิ่งที่ช่วยชีวิตพระชายาได้จริง อยู่ที่ว่าท่านอ๋องจะเอาสิ่งใดมาแลก”
“องค์หญิงสิบสามช่างกล้าหา