จะทรุดหนักลงได้นะเจ้าคะ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนหรี่ตาลงจ้องมององค์หญิงสิบสามด้วยสายตาเย็นเฉียบ “ช่วงที่ผ่านมา ข้าใช้ยาที่แม่นางฝานเอ๋อร์ทิ้งไว้คอยดูแลเยว่หาน อาการของนางจึงไม่ได้ทรุดลงเลยแม้แต่น้อย แม้แต่สีหน้าก็ยังดูดีกว่าปกติด้วยซ้ำ”
องค์หญิงสิบสามชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาดูมืดหม่นลงเล็กน้อย “แต่อานิ่งก็พาพี่ฝานเอ๋อร์มาถึงที่นี่แล้ว จะให้กลับไปมือเปล่าโดยไม่รักษาพระชายาได้อย่างไรกันเจ้าคะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนแม่นางฝานเอ๋อร์ทิ้งยาตัวเดิมไว้ให้เพิ่มหน่อยเถิด” เมิ่งฉีฮ่วนเห็นท่าทีของนางก็เริ่มมั่นใจ วันนี้นางมาเยือนคงไม่ได้หวังดีแน่ และเขาจะไม่มีวันยอมให้ใครเข้าใกล้เยว่หานเด็ดขาด!
เมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งฉีฮ่วน แม่นางฝานเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังองค์หญิงสิบสามก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะขยับมือทำท่าทางสื่อสารบางอย่าง
หลังจากดูท่าทางเสร็จ องค์หญิงสิบสามก็เอ่ยกับเมิ่งฉีฮ่วนด้วยท่าทางเสียใจยิ่ง “ต้องขออภัยท่านอ๋องด้วยเจ้าค่ะ ยาที่พี่ฝานเอ๋อร์มีอยู่ถูกนำไปใช้รักษาเสด็จพ่อจนหมดแล้ว ยามนี้ในมือไม่มีตัวยาที่ปรุงเสร็จแล้วเลย ดังนั้นสู้ฝังเข็มเถิดเจ้าค่ะ พี่ฝานเอ๋อร์บอกว่าการฝังเข็มนั้นให้ผลดีกว่าตัวยามากนัก”
เมิ่งฉีฮ่วนคอยจับสังเกตปฏิกิริยาของทั้งคู่ตลอดเวลา เขาเห็นชัดเจนว่าในตอนที่องค์หญิงสิบสามพูดเช่นนั้น แววตาของแม่นางฝานเอ๋อร์กลับฉายแววลำบากใจออกมาวูบหนึ่ง