ื่อรู้เท่าทันก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยทำลายมิตรภาพ เมิ่งฉีฮ่วนเองก็ยังไม่อยากจะฉีกหน้าสตรีในยามนี้ “ข้าเข้าใจดี เพราะอีกไม่นานหิมะก็จะละลายแล้ว ทางราชสำนักพวกเจ้าเตรียมตัวให้พร้อมไว้หน่อยก็ดี ราษฎรตามชายแดนจะได้ไม่ต้องทนทุกข์มากนัก”
ทางเหนือไม่ได้มีเพียงแคว้นเหลียวปี้เลี่ยตงประเทศเดียว แต่ยังมีประเทศเล็ก ๆ อื่น ๆ อีก พวกชนเผ่าเร่ร่อนเองก็ไม่ได้มุ่งเป้าปล้นสะดมเพียงที่เดียว ดังนั้นจึงไม่ได้มีการบุกปล้นแคว้นเหลียวปี้เลี่ยตงอย่างขนานใหญ่ในทุกปี
นี่คือสาเหตุที่ทำไมทุกครั้งที่พวกชนเผ่าเร่ร่อนมารุกราน ถึงต้องส่งจดหมายขอความช่วยเหลือจากกองทัพชายแดนตงฮั่น แทนที่จะขอให้มาประจำการเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า
เพราะพวกเร่ร่อนเหล่านั้นก็ก่อกวนชายแดนของแคว้นตงฮั่นด้วยเช่นกัน การปกป้องประเทศราชก็เรื่องหนึ่ง แต่การรักษาดินแดนของตนเองย่อมสำคัญกว่า
“ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ทรงเมตตาเจ้าค่ะ” องค์หญิงสิบสามลุกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แววตาของนางเจือไปด้วยความยินดีอย่างประหลาด “เช่นนั้นเชิญท่านอ๋องนำทางเถิดเจ้าค่ะ พวกเราจะไปฝังเข็มให้พระชายากัน”
เมื่อเห็นสีหน้าของนาง หัวใจของเมิ่งฉีฮ่วนพลันกระตุกวูบ เขาเอ่ยปฏิเสธทันควัน “วันนี้อาการของเยว่หานดูดีขึ้นมาก ไว้ค่อยฝังเข็มวันหลังเถิด”
“ทำเช่นนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ” องค์หญิงสิบสามเผลอแสดงความร้อนรนออกมา “ล่าช้ามาครึ่งเดือนแล้ว หากไม่รีบฝังเข็มตอนนี้ พี่ฝานเอ๋อร์บอกว่าเกรงว่าอาการ