ว้นใหญ่อย่างแคว้นตงฮั่นคอยช่วยเหลือ ป่านนี้พวกเราคงถูกชนเผ่าเร่ร่อนยึดครองไปนานแล้วเจ้าค่ะ”
“เรื่องนี้ข้ารู้อยู่แล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนไม่มีความคิดที่จะเดินตามเกมของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
“อานิ่งขอวิงวอนให้ท่านอ๋องช่วยเหลียวปี้เลี่ยตงในครั้งนี้ด้วยเถิดเจ้าค่ะ” องค์หญิงสิบสามกัดฟันคุกเข่าลงต่อหน้าเมิ่งฉีฮ่วน “ขอท่านอ๋องโปรดมีคำสั่งถึงแม่ทัพชายแดนแคว้นตงฮั่น ให้ส่งทหารมาช่วยเหลียวปี้เลี่ยตงให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยเถิดเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินคำขอ เมิ่งฉีฮ่วนก้มลงมองนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะห้วน ๆ ออกมา “องค์หญิงสิบสามกำลังจะทวงบุญคุณกับข้าอย่างนั้นหรือ?”
“อานิ่งมิกล้าเจ้าค่ะ” ปากบอกว่าไม่กล้า แต่องค์หญิงสิบสามกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเมิ่งฉีฮ่วนอย่างแน่วแน่ “เพียงแต่หวังว่าครั้งนี้ท่านอ๋องจะเปี่ยมไปด้วยเมตตา ช่วยเหลือแคว้นเหลียวปี้เลี่ยตงสักครั้งนะเจ้าคะ”
“ข้ามีแผนจะพักอยู่ที่เหลียวปี้เลี่ยตงถึงห้าปีเชียวนะ” เมิ่งฉีฮ่วนแสร้งทำเป็นถอนหายใจยาว “องค์หญิงคงไม่ได้หวังจะให้แคว้นตงฮั่นช่วยปกป้องเมืองชายแดนให้พวกเจ้าไปตลอดทั้งห้าปีหรอกนะ เพราะถ้าทำเช่นนั้น หลังจากห้าปีผ่านไป
เหลียวปี้เลี่ยตงอาจจะต้านทานการโจมตีของชนเผ่าเร่ร่อนไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียว ในขณะที่พวกเจ้านอนเสวยสุขอยู่ภายใต้ปีกของแคว้นตงฮั่นที่แข็งแกร่ง แต่อีกฝ่ายกลับใช้ชีวิตอย่างห้าวหาญท่ามกลางพายุหิมะมาโดยตลอด”