หิมะเริ่มเบาบางลงแล้ว อานิ่งเกรงว่าแคว้นเหลียวปี้เลี่ยตงจะเริ่มไม่ปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง “หรือว่าราชสำนักเหลียวปี้เลี่ยตงจะเกิดการผลัดแผ่นดินขึ้นมาล่ะ?”
องค์หญิงสิบสามถึงกับสะอึกจนเกือบหายใจไม่ทั่วท้องกับคำพูดนั้น “ท่านอ๋องเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะ อานิ่งแค่อยากจะบอกท่านว่า เมื่อพายุหิมะซาลง พวกชนเผ่าเร่ร่อนทางเหนือจะเริ่มบุกปล้นสะดมเมืองชายแดนของเหลียวปี้เลี่ยตง ถึงเวลานั้นราชสำนักอาจจะยุ่งวุ่นวายจนเกรงว่าจะดูแลท่านอ๋องได้ไม่ทั่วถึงเจ้าค่ะ”
“ไม่เป็นไร เปิ่นหวังเตรียมเงินทองมาเพียงพอในการเดินทางครั้งนี้ หากราชสำนักไม่ว่าง ข้าก็สามารถจ้างชาวบ้านแถวนี้มาคอยดูแลเรื่องความสะดวกได้ แต่ถ้าหากถึงตอนนั้นสถานการณ์วุ่นวายเกินไป ข้าอาจจะต้องรบกวนให้แม่นางฝานเอ๋อร์ย้ายมาพักที่เรือนของข้าเป็นการชั่วคราวแล้วล่ะ”
‘คิดจะโยนหินถามทางกับข้าล่ะก็ ข้าจะแสดงให้เห็นว่าข้านี่แหละคือยอดฝีมือที่เหนือกว่า’
องค์หญิงสิบสามนึกไม่ถึงว่าฝังเข็มมาตั้งครึ่งเดือนแล้ว เมิ่งฉีฮ่วนยังคงทำเป็นไม่รู้ความอยู่เช่นนี้ นางจึงเริ่มร้อนรนขึ้นมา “ท่านอ๋อง อานิ่งขอพูดตามตรงนะเจ้าคะ ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิของทุกปี ราชสำนักมักจะปั่นป่วนไม่หยุด ต่อให้เป็นเพียงศึกชายแดนทางเหนือ แต่มันก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะส่งผลกระทบถึงความปลอดภัยในเมืองหลวงด้วย เหลียวปี้เลี่ยตงเป็นเพียงประเทศเล็ก ๆ หากไม่มีแค