นแหละ”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลี่เยว่หานจึงยอมปล่อยให้จิตถูกดึงกลับไปยังแดนราชันไร้เทียมทานด้วยความเบาใจ
ช่วงเวลาในการฝึกพลังจิตนั้นผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่นางกลับก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วราวกับก้าวกระโดด
ในระหว่างการฝึกฝน ทุก ๆ สามวัน จิตของหลี่เยว่หานจะกลับคืนสู่ร่างหนึ่งครั้ง ด้วยพลังจิตที่แข็งแกร่งขึ้น นางจึงถือโอกาสนี้สำรวจสภาพร่างกายของตนเอง
องค์หญิงสิบสามไม่ได้โกหก ร่างกายของนางมาถึงขีดจำกัดแล้วจริง ๆ หากไม่ใช่เพราะคนพวกนี้แวะมาฝังเข็มให้ทุกสามวัน หลี่เยว่หานคงไม่มีโอกาสแม้แต่จะให้สติกลับคืนมา ในร่างของนางมีบางอย่างที่มีสีดำมืดมิดเกาะกุมอยู่ที่หัวใจและคอยส่งพิษออกมาไม่หยุด นั่นคือสาเหตุที่ทำให้นางไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้
ทว่าหลี่เยว่หานก็ยังรู้สึกสงสัย ทุกครั้งที่คนเหล่านั้นมาฝังเข็ม ดูเหมือนพวกเขาจะลอบแทรกซึมบางอย่างเข้ามาในกายนางทีละนิด และสิ่งนั้นยังให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างประหลาด แต่น่าเสียดายที่หลังจากครั้งแรกเป็นต้นมา สติของนางมักจะหลุดกลับไปยังแดนราชันไร้เทียมทานทันทีที่ถอนเข็มออก และสิ่งที่ถูกแทรกซึมเข้ามาในร่างกายก็ดูจะน้อยลงเรื่อย ๆ จนทำให้นางไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสิ่งใด
ผ่านไปประมาณครึ่งเดือน องค์หญิงสิบสามเริ่มหมดความอดทนและเริ่มลองเชิงถามความคิดเห็นของเมิ่งฉีฮ่วนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ท่านอ๋องเจ้าคะ” วันนี้หลังจากฝังเข็มเสร็จ องค์หญิงสิบสามก็เริ่มเปิดประเด็น “ยามนี้พายุ