อ ตลอดทางนั้นสงบราบรื่นยิ่งนัก ทว่าแคว้นเหลียวปี้เลี่ยตงตั้งอยู่ทางทิศเหนือ แม้ทางใต้และตอนกลางของแผ่นดินจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้เริ่มเบ่งบานแล้ว แต่ที่นี่ยังคงมีหิมะโปรยปรายและหนาวเหน็บอย่างยิ่ง
อีกสองวันต่อมา คณะของเมิ่งฉีฮ่วนก็พบกับกลุ่มคนที่ราชสำนักเหลียวปี้เลี่ยตงส่งมารับ และในอีกสามวันให้หลัง พวกเขาก็เข้าสู่เมืองติ้งอวิ๋นซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นเหลียวปี้เลี่ยตงได้สำเร็จ
“แขกผู้สูงศักดิ์จากแคว้นมหาอำนาจ โปรดลิ้มลองสุราลูกแกะที่เราเตรียมไว้ต้อนรับพวกท่านเป็นพิเศษเถิด!” ผู้ที่ออกมาต้อนรับเมิ่งฉีฮ่วนไม่ใช่กษัตริย์แห่งเหลียวปี้เลี่ยตง แต่เป็นพระโอรสองค์โต นามว่า ‘บาเคอร์’
ชายผู้นี้ร่างกายสูงใหญ่กำยำ ดูบึกบึนเกรงขาม แต่กลับมีสีหน้าท่าทางซื่อสัตย์และกระตือรือร้นยิ่งนัก เมื่อรู้ว่าเมิ่งฉีฮ่วนเดินทางมาเพื่อรักษาภรรยา เขาก็รีบจัดหาหมอเก่ง ๆ จำนวนมากมาช่วยตรวจอาการทันที
ทว่าสิ่งที่หลี่เยว่หานต้องพิษคือ ‘กู่ปลิดชีพ’ หมอทั่วไปย่อมไร้ความสามารถจะรักษาได้ เพื่อให้เมิ่งฉีฮ่วนคลายความโศกเศร้า บาเคอร์จึงได้จัดงานเลี้ยงใหญ่ขึ้น โดยเชิญเหล่าขุนนางและผู้มีอำนาจกว่าครึ่งเมืองติ้งอวิ๋นมาเข้าร่วม ทั้งยังเชิญเหล่าหญิงงามชื่อดังมาฟ้อนรำ สร้างบรรยากาศให้ครึกโครมยิ่งนัก
“ขอบพระทัยองค์ชายใหญ่ที่ทรงต้อนรับอย่างอบอุ่น” เมิ่งฉีฮ่วนยกจอกเหล้าขึ้น ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชา ในทางกลับกัน บรรดานางรำและเหล่าบุตร