งแคว้นเชียวนะ…
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ภายในใจของหลี่เยว่หานก็เริ่มปั่นป่วน เธอรู้จักนิสัยของเมิ่งฉีฮ่วนดี เขาไม่เคยแยแสในบัลลังก์มังกรเลยสักนิด หากวันหนึ่งต้องก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนั้นด้วยความจำยอม สำหรับเขาแล้วมันคือความทุกข์ทรมานหาใช่ความสุขสมหวัง
“เรื่องนี้คงต้องดูว่าดาวจักรพรรดิบนตัวองค์เหนือหัวนั้นแข็งแกร่งเพียงใด” บรรพชนเหยี่ยวดำเอามือไพล่หลังพลางเอ่ยเรียบ ๆ “ความจริงแล้ว นี่แหละคือเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้แดนราชันไร้เทียมทานเป็นที่หมายปองและแย่งชิงกันถึงเพียงนี้”
หลี่เยว่หานกลับมายังเรือนพักลี้ภัยด้วยท่าทางเหม่อลอย ถังซีฝานเรียกเธออยู่หลายครั้งแต่เธอก็ไม่ตอบสนอง ทำให้เขาเริ่มกระวนกระวายใจ
เสียงกีบเท้ากระทบพื้นดังสม่ำเสมอจากซ้ายไปขวา จากขวาไปซ้าย จนหลี่เยว่หานรู้สึกรำคาญใจ “ถังซีฝาน เจ้าอยู่นิ่ง ๆ หน่อยได้ไหม!”
เมื่อถูกหลี่เยว่หานตวาดใส่ ถังซีฝานก็สะดุ้งสุดตัว “เจ้าไปพบบรรพชนเหยี่ยวดำมาแล้วใช่ไหม?”
“อืม” หลี่เยว่หานพยักหน้า เธอมองถังซีฝานด้วยสายตาที่อ่านยากแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ถังซีฝานที่มีชนักติดหลังอยู่แล้ว เมื่อถูกมองเช่นนั้นก็ยิ่งลนลาน “เขา… เขาบอกอะไรเจ้าบ้าง? เจ้าต้องจำไว้นะว่าตาแก่นั่นเจ้าเล่ห์เพทุบายนัก อย่าได้หลงเชื่อคำลวงของเขาเด็ดขาด!”
“พูดเหมือนเจ้าไม่เจ้าเล่ห์อย่างนั้นแหละ” หลี่เยว่หานแค่นยิ้มเย็นมองถังซีฝาน “เรื่องเวลาสามเดือนนั่น ทำไมเจ้าไม่บอกข้า? ยังคิดจะหลอกให้ข้า