บำเพ็ญเซียนอีก ถังซีฝาน… ข้าพบว่าเจ้าช่างขวัญกล้านัก เหมาะที่จะเป็นม้าจริง ๆ!”
พูดจบ หลี่เยว่หานที่กำลังหงุดหงิดก็ยกนิ้วขึ้นดีดเบา ๆ ถังซีฝานที่เพิ่งจะพูดได้เมื่อครู่ก็กลับกลายเป็นส่งเสียงร้องได้เพียงเสียงม้าอีกครั้ง
แต่คราวนี้หลี่เยว่หานใช้ลูกไม้เล็กน้อย เธอทำให้ถังซีฝานได้ยินเสียงตัวเองเป็นเสียงม้า แต่เสียงที่เข้าหูเธอนั้นยังคงเป็นเสียงพูดปกติของเขา
“แม่นางคนนี้ช่างใจดำอำมหิตนัก! ถึงข้าจะปิดบังแล้วมันอย่างไรเล่า! ช่วงเวลาที่ผ่านมาเจ้าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอ้างว้าง หากไม่มีข้าอยู่คุยด้วย เจ้าคงเป็นบ้าไปนานแล้ว! คงคลุ้มคลั่งเหมือนพวกที่ถูกขังอยู่ที่นี่แต่ยังไม่กลายร่างเป็นสัตว์ป่าพวกนั้น เจ้ารู้บ้างไหม!”
“เจ้าไม่มีวันออกไปได้หรอก! แดนราชันไร้เทียมทานไม่ใช่สถานที่ที่จะเข้าออกได้ตามใจชอบ ต่อให้เจ้าจะเป็นเจ้าของมิตินี้แล้วอย่างไร! รอให้ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน แดนราชันไร้เทียมทานก็จะตัดขาดความสัมพันธ์กับเจ้าอยู่ดี!”
“เว้นเสียแต่ว่าเจ้าจะทำ ‘พันธสัญญาโลหิต’ ที่ไม่มีวันตัดขาดได้!”
…
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ หลี่เยว่หานก็ยกยิ้มมุมปาก เธอมองไปยังม้าสีแดงพุทราตัวนั้นแล้วเอ่ยเสียงเบา “ข้านี่แหละที่ทำพันธสัญญาโลหิต”
“พันธสัญญาโลหิตแล้วเลิศเลอนักหรือไง! พันธสัญญาโลหิต… อ้าว เฮ้ย?” ถังซีฝานที่กำลังเดือดจัดเพิ่งจะดึงสติกลับมาได้ เขาเพิ่งตระหนักว่าเสียงก่นด่าของตัวเองเมื่อครู่นี้ หลี่เยว่หานกลับได้ยินครบ