้าของ ดังนั้นเธอจึงมั่นใจว่ามิตินี้ไม่ได้ยอมรับใครเป็นนายง่าย ๆ
หากภายในสามเดือนเธอยังหาทางออกไปไม่ได้ เธอเองก็คงจะกลายเป็นคนกลายเป็นสัตว์ป่าของที่นี่เช่นกัน…
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่เยว่หานก็อดไม่ได้ที่จะขนลุกซู่ เธอเงยหน้ามองบรรพชนเหยี่ยวดำและถามด้วยความจริงจังว่า “เหตุใดเจ้าจึงบอกเรื่องนี้แก่ข้า เจ้าไม่กลัวข้าจะลงมือกับเจ้าหรือ? อย่างไรเสียยามนี้ข้าก็ยังมีพลังผู้ครอบครองอยู่”
บรรพชนเหยี่ยวดำส่ายหน้าช้า ๆ “ที่ข้าบอกเจ้า เพียงเพราะไม่อยากให้เจ้าถูกเจ้าเด็กถังซีฝานนั่นหลอกให้หลงเชื่อ อีกอย่าง หากเจ้าออกไปจากแดนราชันไร้เทียมทานได้ ข้าเองก็ยินดีด้วย แม้ชีวิตในมิตินี้จะเรียบง่ายเพียงใด แต่มันก็น่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก ข้าเคยเป็นเจ้าของมิตินี้มาก่อน จึงพอจะมองเห็นภาพจากโลกภายนอกได้บ้าง
ข้ารู้ว่าเจ้าและสามีรักใคร่กันดี ทั้งยังมีลูกชายลูกสาวที่น่ารัก โลกภายนอกยามนี้พลังปราณเหือดแห้ง ผู้บำเพ็ญเพียรไม่มีหลงเหลืออยู่อีกต่อไป ข้าออกไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด สู้รั้งอยู่ที่นี่แล้วบอกเล่าสิ่งที่ข้ารู้แก่เจ้ายังจะดีเสียกว่า”
หลังจากฟังคำพูดของเขา หลี่เยว่หานก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “เพื่อเป็นการขอบคุณที่เจ้าบอกเล่าเรื่องราวที่ข้าไม่เคยรู้ ข้าจะมอบสิทธิ์ในการเปลี่ยนรูปลักษณ์ร่างกายได้อย่างอิสระให้แก่เจ้า”
สิ้นคำกล่าว ร่างของเหยี่ยวดำก็เริ่มหดเล็กลง ปีกทั้งสองข้างกลายเป็นแขน ขาทั้งสองข้างกลับคืนสู่สภาพเดิม