้ว”
คราวนี้เจียงหมิงกลับนิ่งเงียบไป
แต่เงียบได้ไม่นาน เขาก็โพล่งข้อสันนิษฐานที่ใจกล้าออกมาอีก “ที่เมื่อก่อนฝ่าบาทไม่จัดการชุยกุ้ยเฟย เป็นเพราะพระองค์ทรงรักนางจริง ๆ ใช่หรือไม่?”
“ใครจะไปรู้ล่ะ” เมิ่งฉีฮ่วนจิบชาคำหนึ่ง “ความจริงเรื่องพวกนี้ข้าก็เพิ่งมารู้หลังจากชุยกุ้ยเฟยตายไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้ข้าถูกฮ่องเต้หลิงอวิ๋นใช้เป็นเครื่องมือเข้าให้แล้ว”
เจียงหมิงชะงัก “ท่านจะบอกว่า ฝ่าบาททรงอยากกำจัดชุยกุ้ยเฟยและองค์ชายรองมาตลอด แต่ไม่สามารถลงมือเองได้ จึงต้องยืมมือท่านมาบีบให้พระองค์ต้องลงมืออย่างนั้นหรือ?”
“อืม” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า “น่าเสียดายที่ตอนนั้นข้าถูกความโกรธบังตาเพราะเยว่หานถูกพิษกู่ พอคิดว่าตอนที่นางคลอดลูกแล้วกู่กำเริบขึ้นมา ข้าก็อยากจะฆ่าจงเจิ้งเซวียนทิ้งเพื่อระบายแค้น จนทำให้ตกหลุมพรางของฮ่องเต้หลิงอวิ๋นไปอย่างง่ายดาย”
พูดพลัน เมิ่งฉีฮ่วนก็หยิบเอาลัญจกรหยกขาวนวลชิ้นเล็กออกมาจากอกเสื้อ “และเป็นเพราะแบบนี้ ข้าถึงสามารถถือสิ่งนี้ออกจากเมืองหลวงมาได้”
“ลัญจกรหยก…” เจียงหมิงตกตะลึง “ลัญจกรหยกที่มีตำนานว่ามีพลังแห่งการช่วยโลก…”
“ใช่” เมิ่งฉีฮ่วนวางลัญจกรหยกไว้บนโต๊ะด้วยท่าทีสงบนิ่ง “ไม่ปิดบังเจ้าหรอกนะ ในลัญจกรหยกนี้มีพื้นที่อีกโลกหนึ่งอยู่ ภายในนั้นมีน้ำพุวิญญาณที่มหัศจรรย์มาก เพียงแค่ได้ดื่มกิน โรคภัยไข้เจ็บจะมลายสิ้น บาดแผลจะหายสนิท เจ้าว่าของแบบนี้เรียกว่าพลังแห่งการช่วย