้าได้กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ จากตัวพวกมัน” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลันก็ตบบ่าเจียงหมิงที่นั่งอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก “คืนนี้จำไว้ว่าให้นอนเบียดกับเฮ่อเจิ้งเทียนไว้หน่อย บนตัวเขามียาผงที่ข้าปรุงไว้ ต่อให้เป็นแมลงกู่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้”
พูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็ลุกเดินขึ้นชั้นบนไป ปล่อยให้เจียงหมิงนั่งตัวแข็งทื่ออยู่เพียงลำพังด้วยความรู้สึกเย็นวาบไปถึงหนังศีรษะ
วินาทีที่เมิ่งฉีฮ่วนบอกว่าผู้ปกครองถ้ำเข้ามาในโรงเตี๊ยมแล้ว เจียงหมิงก็รู้สึกตัวแข็งค้างไปทั้งร่าง และเมื่อได้รับคำเตือนเขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาแหลมคมหลายคู่ที่จ้องเขม็งมาทางเขาจากด้านหลัง
เจียงหมิงไม่กล้าชักช้า เขารีบวางตะเกียบแล้ววิ่งขึ้นชั้นบนทันที จนทำให้เฮ่อเจิ้งเทียนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จตกใจแทบสิ้นสติ
“เจ้าจะทำอะไรน่ะ! ข้าเกือบจะแก้ผ้าให้เจ้าดูจนหมดเปลือกแล้วเนี่ย!” เฮ่อเจิ้งเทียนบ่นด้วยความไม่พอใจ
“ลูกผู้ชายด้วยกัน ข้าไม่ถือสาหรอกน่า” เจียงหมิงรีบพูดรัว “เอาถุงหอมของท่านอ๋องมาให้ข้าหน่อย ข้าจะเอาไปแช่น้ำอาบ”
“ประสาทหรือเปล่า คนอื่นเขาใช้กลีบดอกไม้ เจ้าจะใช้ถุงหอม” เฮ่อเจิ้งเทียนบ่นพึมพำแต่ก็หยิบถุงหอมออกมาให้ เจียงหมิงรีบเรียกคนงานมาเปลี่ยนน้ำสะอาด ก่อนจะกำผงในถุงหอมโปรยลงไปหยิบมือใหญ่ แล้วถึงค่อยถอดผ้าลงไปอาบน้ำ
ในห้องอีกฝั่งหนึ่ง เมิ่งฉีฮ่วนตักน้ำร้อนมาเช็ดหน้าเช็ดมือให้หลี่เยว่หานอย่างอ่อนโยน เขาเปลี่ยนผ้าพันแผลที่มือให้นางใหม่ ก่อนจะวางลัญจกรหยกไ