มใจพระสนมชุย ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นจึงสั่งประหารสาวใช้ล้างเท้าผู้นั้นเสีย
แล้วนำทารกมามอบให้พระสนมชุยเลี้ยงดูแทน พร้อมทั้งแต่งตั้งนางขึ้นเป็น ‘ชุยกุ้ยเฟย’ และพระราชทานรางวัลแก่ตระกูลชุยอย่างมหาศาลจนน่าตระการตา
แม้เหล่าขุนนางจะรู้สึกว่าการพระราชทานรางวัลในครั้งนี้ดูจะเกินพิกัดไปบ้าง แต่ตระกูลทางฝั่งฮองเฮากลับไม่ได้คัดค้านเพื่อรักษาชื่อเสียงของพระนางไว้ ประกอบกับตระกูลชุยเองก็วางตัวต่ำต้อยมาตลอด และชะตากรรมของชุยกุ้ยเฟยก็น่าเวทนาจริง ๆ หลังจากมีขุนนางเฒ่าหัวรั้นทัดทานอยู่สองสามครั้ง เรื่องนี้ก็ไม่มีใครยกขึ้นมาพูดถึงอีก
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ นับตั้งแต่ชุยกุ้ยเฟยรับองค์ชายรองจงเจิ้งเซวียนมาเลี้ยงดู ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นก็ไม่เคยเสด็จไปประทับค้างคืนที่ตำหนักกว่างหยางอีกเลย ทุกคนต่างคิดว่าทั้งสองอาจมีเรื่องขัดใจกัน แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีทีท่าจะคืนดีกันได้ เมื่อเวลาผ่านไปผู้คนจึงได้แต่ทอดถอนใจว่า นับแต่โบราณมาน้ำใจจักรพรรดินั้นช่างแสนบาง
ความงามของชุยกุ้ยเฟยนั้นเลื่องลือไปทั่วแคว้นตงฮั่น เล่ากันว่าครั้งหนึ่งยามที่ทูตจากแคว้นบริวารเข้าเฝ้าและได้เห็นเพียงเสี้ยวหน้าของพระนาง ก็เข้าใจผิดว่าเป็นเจ้าหญิงของแคว้นตงฮั่นถึงขั้นกล้าหาญชาญชัยเอ่ยปากขอแต่งงาน แต่เมื่อทราบว่าเป็นถึงพระมเหสีของฮ่องเต้ ด้วยความตกใจและอับอายจนเลือดลมตีกลับ ถึงขั้นสิ้นใจตายอยู่ตรงนั้นทันที
ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีใครกังขาในรูปโฉมข