องพระนางอีกเลย และยังมีคำยืนยันจากเหล่านางกำนัลแก่ ๆ ที่เคยรับใช้ในวังว่า ผิวพรรณของชุยกุ้ยเฟยนั้นขาวผ่องและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ขาวเสียจนใบหน้านั้นเพียงแค่แต้มชาดเพียงนิดเดียวก็งดงามจนยากจะละสายตา
…..
เจียงหมิงค่อย ๆ ปะติดปะต่อเรื่องราวเหล่านี้จากความทรงจำ ก่อนจะสรุปข้อวินิจฉัยในใจทันที
เขาไม่ใช่ว่าไม่เคยพบชุยกุ้ยเฟย เพียงแต่เป็นเพราะเคยเห็นนางมากับตา เขาจึงเผลอมองข้ามพระนางไปโดยสัญชาตญาณ เพราะท้ายที่สุดพระนางก็สิ้นชีพไปแล้ว
ในยามที่ชุยกุ้ยเฟยเข้าสู่วัยกลางคน แม้จะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่อาจหลีกหนีร่องรอยแห่งกาลเวลาได้ สีหน้าท่าทางของพระนางจึงดูไม่ค่อยผ่องใส่นัก มีเพียงเครื่องหน้าอันงดงามที่ช่วยปกปิดริ้วรอยเอาไว้ ทำให้นางยังคงดูงดงามอยู่เสมอ
แต่เมื่อลองย้อนคิดดูดี ๆ เจียงหมิงพบว่าทุกครั้งที่เขาเห็นชุยกุ้ยเฟย พระนางจะแต่งหน้าจัดเต็มอยู่เสมอ ดูสง่างามและสูงศักดิ์ยิ่งนัก เดิมทีเขานึกว่านั่นเป็นเพียงการรักษามาดของพระมเหสี แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เช่นนั้นเสียแล้ว
เจียงหมิงเคยมีโอกาสเห็นมือของชุยกุ้ยเฟยอยู่ครั้งหนึ่ง มันทั้งแห้งเหี่ยวและขาวซีดจนน่ากลัว ราวกับมีเพียงผิวหนังบาง ๆ หุ้มกระดูกเอาไว้เท่านั้น หากเขาเดาไม่ผิด ชุยกุ้ยเฟยนั่นแหละคือผู้ที่สอนวิชากู่ให้กับจงเจิ้งเซวียน
และความงามของพระนางที่เพิ่งมาเลื่องลือหลังจากเข้าวังไปแล้วนั้น เป็นหลักฐานโดยอ้อมที่พิสูจน์ว