ตุกวูบ รีบทำทีเป็นมองไปข้างหน้าอย่างไม่รู้ไม่ชี้
โชคดีที่ตอนที่เขามองหงอวี้และหงซิ่วนั้นเป็นการมองด้วยหางตา และรถม้าของพวกนางก็จอดอยู่ด้านข้าง ประกอบกับมีผ้าปิดตาอยู่ จึงยากที่จะสังเกตเห็นว่าเขากำลังมองที่จุดใด
ทว่าองครักษ์ลับผู้นั้นกลับจ้องมองเฮ่อเจิ้งเทียนด้วยดวงตาไร้แววประหนึ่งซากศพ จ้องเขม็งนิ่งค้างโดยไม่กะพริบตา ดูน่าสยดสยองยิ่งนัก
เฮ่อเจิ้งเทียนมิกล้าแจ้งเรื่องแก่เมิ่งฉีฮ่วนในทันที เขาเพียงรอให้ทางรถม้าของหงอวี้และหงซิ่วให้สัญญาณว่าพร้อมเดินทาง จากนั้นจึงสะบัดแส้ควบม้านำทางออกไปเป็นคนแรก
เดิมทีเขาคิดว่ารถม้าของสองพี่น้องจะตามมาด้านหลัง เพื่อที่เขาจะได้หาจังหวะเคาะประตูรถม้าและแจ้งสิ่งที่พบให้เมิ่งฉีฮ่วนทราบ
ทว่ารถม้าคันนั้นกลับขับขนานข้างขึ้นมาอย่างผิดปกติ และองครักษ์ลับที่บังคับม้าก็หาได้มองทางไม่ กลับจ้องเขม็งมาที่เฮ่อเจิ้งเทียนตลอดเวลา
ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเหน็บจนแทบปลิดชีวิตผู้คน ทว่าบนแผ่นหลังของเฮ่อเจิ้งเทียนกลับมีเหงื่อเย็นไหลซึมออกมาชั้นหนึ่งโดยมิอาจห้ามได้…